Watch videos with subtitles in your language, upload your videos, create your own subtitles! Click here to learn more on "how to Dotsub"

นิกอบ ฮิญาบ หรือ ....

0 (0 Likes / 0 Dislikes)
ฉันชื่อสุมัยยะฮฺ ฮุซซัยนฺ อายุ 24 ปี ฉันเริ่มสวม ฮิญาบตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันก็จำไม่ได้ ว่าเมื่อไหร่ และฉันสวมฮิญาบ เพราะฉันเชื่อว่าสิ่งนี่เป็นสิ่งที่พระผู้ทรงสร้าง ทรงประสงค์ให้ฉันทำ และฉันก็เชื่อด้วยว่ามันเป็นสิ่งที่ดีงามต่อตัวฉันเอง ฉันชื่อสุนียะอฺ คาน อายุ 32 ปี บ้านเกิดของฉันคือ ปากีสถาน และฉันก็ไม่ได้สวมฮิญาบหรือนิกอบ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชัยคฺคะอฺ อัล กาซีรียฺอายุ 20 ปี ฉันสวมนิกอบมาได้ 1 ปีแล้ว และฉันก็สวมนิกอบเพราะฉันต้องการทำให้พระเจ้า ของฉันพึงพอพระทัย อีกทั้งมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ความศรัทธาของฉันสมบูรณ์ ฉันขอถามคุณโดยไม่อ้อมค้อม ในสิ่งที่คนหลายคน ต้องการที่จะทราบ ถึงเหตุผลว่าทำไมคุณถึงรู้สึกว่า มันเป็นสิ่งที่จำเป็น ที่จะต้องปกปิดใบหน้าของคุณคะ ฉันปกปิดใบหน้าของฉันเพราะฉันให้เกียรติกับ ตัวฉันเอง และฉันก็ต้องการนำเสนอความเป็นตัวตน ของฉันให้กับคนบนโลกใบนี้ได้รู้ว่า ว่านี่....คือคุณสมบัติส่วนหนึ่งของฉัน คือบุคลิกภาพส่วนหนึ่งของฉัน และเป็นสิ่งที่ฉันต้องการมอบให้ กับสังคมนี้ และมันก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ฉันทำไป เพื่อให้ฉันนั้นสามารถที่จะก้าวไปสู่การค้นหาจิต วิญญาณ (แห่งความศรัทธา) และเป็นบางสิ่งที่ฉันรู้สึกดีและมีความสุขกับมัน ฉันรู้สึกวิเศษมากที่ได้กระทำสิ่งนี้ และมันก็เป็นเพียง แค่ทางเลือกแห่งความศรัทธา เพราะเหตุใด คุณจึงได้มีความรู้สึกวิเศษมากกับการ ได้ทำสิ่งนี้คะ มันเป็นเพียงแค่การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ว่าฉันเป็น สตรีมุสลิมที่ได้รับเกียรติ และฉันก็เป็นสตรีที่มี เกียรติคนหนึ่ง เป็นสตรีที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีทางเลือกของ ตัวเอง ฉันมีบุคลิกภาพของตัวเอง มีคุณสมบัติของตัวเอง ฉันมีทุกๆ สิ่งที่วิเศษและดีงามเกี่ยวกับตัวฉัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ฉันได้มอบให้กับสังคมนี้ อีกทั้งความสวยงามของฉันก็เป็นส่วนที่วิเศษส่วน หนึ่งของฉันด้วยเช่นกัน เพียงแต่ฉันไม่รู้สึกว่าฉันจำเป็นที่จะต้องเปิดเผย “ความสวยงามนี้” ให้กับคนทุกคนบนโลกใบนี้ ได้เห็น นั่นคือคุณสมบัติ (หรือคำนิยาม) ของฮิญาบที่ คุณสวมใส่อยู่หรือเปล่าคะ มันมีคำพูดทั่วไปที่ว่า ฉันอยากให้คุณตัดสินฉันจาก สิ่งที่ฉันเป็นและจากสิ่งที่ฉันทำ ไม่ใช่การตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกของฉัน หลายคนอาจจะไม่ชอบสิ่งนี้ แต่มันก็เป็นความจริง ที่ว่าผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีความรู้ ความเข้าใจที่ ต่างกัน หากว่าฉันไม่ได้สวมใส่ผ้าปิดหน้า ยกตัวอย่าง สำหรับฉัน คือ หากมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาหาฉันและพูดคุยกับฉัน มันอาจจะดูเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับตัวฉันเองแล้ว ฉันอาจจะไม่ชอบมันก็ได้ ฉันสนใจเกี่ยวกับความคิดที่ว่า... “มันเป็นวิธีการที่ทำให้ “ผู้ชาย” ประพฤติตัวต่อผู้หญิงให้ดีขึ้น” นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังได้ยินอยู่หรือเปล่า (นั่นคือ ความ เข้าใจที่ถูกต้องหรือเปล่า) การปกปิดของฉันไม่ใช่ บททดสอบสำหรับผู้ชายต่อความรับผิดชอบของเขา โดยที่ผู้ชายจะต้องประพฤติตัวให้ดียิ่งขึ้นอย่างที่คุณกล่าว หรือควบคุมพฤติกรรมของเขาให้มีมรรยาททาง ศีลธรรมที่เหมาะสม เพียงเพราะว่าฉันปกปิดร่างกายของฉัน นั่นก็ไม่ได้ หมายความว่า ฉันกระทำสิ่งนี้เพื่อทำให้ “การรักษาหน้าที่ ความรับผิดชอบ” ของเขานั้นง่ายดายขึ้น ฉันขอกล่าวถึงสิ่งที่แจ็ค สตรอว์ ได้พูดไว้ว่า คนในสังคมจะถูกเชื่อมโยงเข้าหากันได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ได้พบปะกันอย่างเป็นทางการ ระหว่างคนแปลกหน้า (ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน) ซึ่งคนเหล่านี้จะสามารถจนจำหน้าตากันได้ (เมื่อพบเห็นกัน)ตามท้องถนน หรือใช้วันเวลาที่มีเพื่อการอยู่ร่วมกัน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการทำให้มันยากยิ่งขึ้น หากคน ในสังคมจะปกปิดใบหน้าของพวกเขา เพราะนั้นคือสัจธรรมของชีวิต ..โอ้ ฉันไม่เห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย ฉันไม่รู้สึกว่า เพียงเพราะว่าการที่ฉันปกปิดใบหน้าของฉัน ทำไมมันจึงกลายเป็น ปัญหาสำหรับคุณในการที่จะ ปฏิบัติกับฉันเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์กับฉันเช่นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความคิด มีบุคลิกภาพ มีสิ่งต่างๆ ที่สามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบนโต๊ะได้ คุณทราบไหมคะว่า จริงๆ แล้วสตรีมุสลิมที่เลือกที่จะแต่งกายเช่นนั้น เพราะพวกเธอรู้สึกว่าการปกปิดโดยไม่ให้ใครมอง เห็นนั้น เพราะพวกเธอเชื่อว่า อัลลอฮฺทรงประสงค์เช่นนั้นต่อพวกเธอ และเธอ เชื่อว่าอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งกว่าที่พวกเธอรู้ ไม่ได้มีการกล่าวไว้ในอัลกุรอานว่าให้สวมฮิญาบ สุมัยยะฮฺ:: แน่นอน มีการกล่าวไว้ มีการกล่าวไว้ คุณต้องอ่านดู ฉันไม่คิดว่ามันมีข้อความที่สามารถเข้าใจได้อย่าง ชัดเจน แต่ฉันคิดว่าบรรดาผู้รู้นักวิชาการอิสลามต่างหากที่ เป็นคนกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องสวมใส่ มันไม่มีข้อความที่แจ้งไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ สุมัยยะฮฺ::ฉันคิดว่ามันมีข้อความที่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน มันมีความชัดเจนอย่างมาก หากเป็นเพียงเพราะว่า คุณอ่านในสิ่งที่บรรดาผู้รู้นั้น กล่าวไว้เหมือนกัน ฉันก็ไม่เห็นด้วย สุมัยยะฮฺ:: ไม่ ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้น ฉันไม่ได้พูด หากแต่ว่ามันก็มีทั้งความเห็นส่วนใหญ่และความเห็นส่วนน้อย แต่ใบหน้าสามารถที่จะเปิดเผยได้ และมันไม่มีความ ผิดในเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ใบหน้าก็ไม่จำเป็นต้องปกปิด (ถามชัยคคะอฺ) คุณเชื่อเช่นนั้นด้วยหรือไม่ คะ ฉันเองก็ไม่ได้ปิดหน้ามาก่อน เพียงแต่ตอนนี้ ฉันปิดแล้ว ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่าการปิดหน้านั้นเป็นข้อบังคับ (ตามหลักการศาสนา) แต่ฉันคิดว่าท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นทางเลือกของพวกเขา สุนียะอฺคะ คุณคิดอย่างไรเมื่อคนพบเห็นผู้หญิง ที่ปิดหน้า สำหรับคำถามนี้ ปัจจุบันฉันใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศ แคนาดา หากฉันสวมฮิญาบ หรือปกปิดใบหน้าของฉัน ฉันจะเป็นคนที่สามารถทำให้คนทั้งหลายมาอยู่ ร่วมกันได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น ยิว คริส มุสลิม ฉันไม่คิดเช่นนั้น … แล้วฉันจะเป็นผู้รู้ที่สามารถนำเสนอความคิดใหม่ๆ ในที่ประชุม เพื่อทำให้ผู้คนทั้งหลายได้เข้ามามีส่วนรวมต่อ สังคมได้หรือไม่ ฉันคิดว่าคุณกำลังสร้างปัญหาให้มากขึ้น มันไม่ใช่ สำหรับพวกคุณนะ แต่สำหรับพวกเขา คนที่อยู่ล้อมรอบพวกคุณ มันเป็นกฎตายตัวของแนวคิด ที่ฉันพยายามจะพูดก็คือ การเป็นมุสลิมนั้น คุณควร ที่จะใช้หัวใจในการเผยแพร่ศาสนา คุณควรที่จะสร้างความดึงดูดใจให้แก่ผู้คน ไม่ใช่ การผลักไสพวกเขาออกไป ฉันขออ้างถึงถ้อยคำหนึ่งนะคะ ซึ่งมันเป็นคำแปล แต่ ไม่ใช่อัลกุรอาน “จงกล่าวเถิดแก่บรรดาสตรีผู้ศรัทธาให้ พวกเธอลด สายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิด เผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุม ศรีษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ” นั่นหมายความว่าคุณไม่ศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอาน หรือเปล่า? มันไม่ได้มีการกล่าวไว้ว่า ต้องปกปิดเฉพาะ ที่ใดที่หนึ่ง ยกเว้นแต่หน้าอก ดังนั้น ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ มนุษยธรรมทั่วไป และมันก็ไม่ได้มีความหมายนัยใดๆ ที่กล่าวไว้ชัดเจนว่าคุณจำต้องสวมใส่อะไร เราจำต้องผสมผสาน เราจำต้องปรับตัว และเราควรที่จะสามารถปรับเปลี่ยนจากวัฒนธรรม หนึ่งไปยังอีกวัฒนธรรมหนึ่งได้ โดยปราศจากการดูเหมือนว่าเรามีบางสิ่งบางอย่างที่ ผิดปกติ ฉันไม่คิดว่ามันจะสร้างปัญหาอะไร ฉันไม่คิดว่าคุณจำต้องปรับตัวในทุกๆ เรื่องแบบนั้น ฉันคิดว่าคุณควรจะปรับตัวให้เข้ากับวิถีแห่งความดี งามของมนุษย์ขั้นพื้นฐาน และให้ความช่วยเหลือ ผู้คนทั่วไป แต่คุณไม่ควรที่จะต้องปรับตัวในเรื่องของ การแต่งกาย เพราะว่าการแต่งกายมันเป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ ภายนอกเท่านั้น ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักคุณจากสิ่งที่คุณสวมใส่ ฉันไม่ได้พูดถึงการสื่อสารของคุณ ยกตัวอย่างนะ ถ้าหากว่าฉันไม่ใช่มุสลิม ฉันจะตัดสินคุณ ฉันจะตราหน้าคุณ และฉันก็จะเดินหนีไป เพราะว่าคุณ … แล้วมันเป็นความผิดของพวกเรา อย่างนั้นหรือ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ฉันคิดว่าโลกเราได้ เปลี่ยนไปแล้ว และในฐานะที่เป็นมุสลิม คุณจำต้องนำเสนออิสลาม ในรูปแบบที่เป็นการผสมผสาน ไม่ใช่รูปแบบที่กีดกันแบ่งแยก คุณกำลังกีดกันผู้คน ออกไปจากการทำงานของคุณ สุมัยยะฮฺ คุณต้องการที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือเปล่า ฉันคิดว่าคุณต้องให้เครดิตกับผู้คนมากขึ้นอีกนิดนึง เพราะว่าคนทั่วไปก็ไม่ได้เบาปัญญาขนาดนั้น อย่างที่..ฉันหมายถึง คุณหมายถึง คนส่วนใหญ่ใช่ไหมค่ะ ฉันหมายความว่า เพียงเพราะว่าการที่ใครสักคนจะ ปกปิด (ใบหน้า) ของพวกเขาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง มันก็ไม่ได้หมายความว่าผู้คนจะมองพวกเธอเหล่านั้นว่าเป็นตัวประหลาดอย่างเต็มขั้นสักหน่อย แต่ว่ามันมีความรู้สึกสบายใจมั้ยค่ะ คุณสามารถรู้สึกได้ถึงความสบายใจจากคนที่ไม่ใช่ มุสลิม คนที่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ หรือเปล่า? หากหมายถึงใครสักคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอิสลามเลยและมีทัศนคติทั่วไป พวกเขาก็มักจะให้ความเป็นมิตรกับฉัน มันเป็นเรื่องของความเชื่อและทัศนคติที่ทำให้ผู้คน เกิดการต่อต้านและมีอคติกับฉัน ฉันรู้ได้จากการที่คนเดินผ่านไปมาและมองมาที่ฉัน และไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันเป็น มันก็พอจะเป็นเรื่องที่รับได้นะ แล้วคุณรู้ได้อย่างไร ฉันรู้ เพราะฉันรู้จากลักษณะการมองของพวกเขา แล้วพวกเขามองคุณยังไง เอาหละ มันก็จะมีบางคนที่มองด้วยสายตาที่ไม่สุภาพ อะไรแบบนั้น ฉันค่อนข้างจะชินกับมันนะ หลายคนมักจะ มักจะ .. รู้สึกสงสัย พวกเขาไม่รู้ว่า นี่ (สิ่งที่ฉันสวมใส่) คืออะไร ฉันก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะเข้ามาถามฉัน เพื่อที่ฉันจะได้อธิบายให้พวกเขาได้ทราบ แจ็ค สตรอว์ได้กล่าวไว้ว่า มีหลายคนที่พูดกันว่า แล้วฉันจะไว้ใจคุณได้อย่างไร แล้วฉันจะรู้สึกถึงสิ่งที่คุณกำลังพูดได้อย่างไร หากว่าฉันไม่สามารถเห็นใบหน้าของคุณได้ เอาหละ งั้นฉันขอถามคำถามคุณแล้วกันนะคะ ว่า คุณรู้สึกถึงสิ่งที่คนบางคนกำลังพูด ระหว่างที่คุณพูดคุยกับพวกเขาทางโทรศัพท์ได้อย่างไร พวกเขาก็ใช้โทรศัพท์เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่ใช้ อินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน คุณเชื่อหรือไม่ว่าคุณมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชาย โอ้ นั่นคือสิ่งที่ฉันเชื่อว่า ฉันมีความเท่าเทียมกัน กับผู้ชาย แล้วทำไมผู้ชายถึงไม่สวมใส่อะไรที่เป็นการปกปิด เหมือนกันหละ หากว่าผู้ชายมีความเท่าเทียมกันกับผู้หญิง อืม ทำไมเป็นแบบนั้นหละ แล้วคุณคิดว่าอะไรคือเหตุผล ทำไมคุณถึงคิดว่า ผู้ชายไม่จำเป็นต้องปกปิด เราทั้งหมดต่างยอมรับว่าพระเจ้าทรงสร้างเราทุกคนมา ใช่ไหมคะ พระองค์ทรงสร้างใบหน้าของฉัน ใบหน้าของคุณ ใบหน้าของพวกผู้ชาย แล้วด้วยเหตุใดพระองค์ทรงประสงค์ให้ผู้หญิงปกปิดบางส่วนของเธอ แต่ผู้ชายไม่จำเป็นต้องปกปิด การปกปิดตัวคุณนั้น มันเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับ เราทุกคน เราปกปิดบางส่วนของเรา ที่เราคิดว่ามันไม่ได้เป็น ส่วนสาธารณะ (ที่จะเปิดเผยให้ใครเห็นได้) หากผู้คนเข้าใจความหมายของ “ความเรียบร้อย” ต่างกันไป ฉันคิดว่ามันก็พอจะเข้าใจได้ แต่ฉันไม่เห็นว่า มันจะมีเหตุผลอะไรที่คุณควรจะ มีปัญหากับเรื่องนี้ รวมไปถึงเรื่องของความเท่าเทียม และการแต่งกาย ฉันคิดว่าผู้ชายก็มีการแต่งกายในรูปแบบ ของพวกเขา พวกเขาสามารถเดินไปไหนก็ได้ อย่างที่พวกเขาต้องการ แจ๊ค สตรอว์ พูดไว้ว่า หากว่าเขาอยู่ในห้องส่งนี้ และเขาอยากทราบว่า คุณจะยอมถอดผ้าปิดหน้าออก เพื่อที่ว่าฉันจะสามารถพูดคุยกับคุณแบบเปิดเผยกับ ผู้หญิงคนอื่นๆ ได้หรือไม่ คุณว่าจะอย่างไร ฉันคงต้องบอกว่า ฉันไม่ยอม เพราะอะไร “สิ่งนี้” ถึงสร้างความลำบากใจให้กับคุณ จนฉันจะต้องถอดมันออกต่อหน้าคุณ ทำไมคุณถึงไม่สามารถที่จะสื่อสารกับฉันเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป ฉันไม่คิดว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าใบหน้าที่ฉันกำลังปกปิด มันไว้ด้วยผ้าปิดหน้านั้น จะกีดกันคุณจากการสื่อสารกับฉัน แบบคนธรรมดา ทั่วไปในวิธีที่ปกติ และฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณจะต้อง ขอให้ฉันทำในสิ่งนี้ โดยที่ให้ฉันถอดผ้าปิดหน้าออก บางทีสำหรับคุณ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึก ไม่สบายใจกับมันเท่าไหร่นัก แต่คุณต้องการฉันให้ทำแบบนั้นเพื่อความสบายใจ ของตัวคุณเอง เพื่อผลประโยชน์ต่อตัวคุณเอง แต่ฉันไม่คิดว่า มันสร้างความลำบากใจให้คุณจริงๆ หรอก ฉันไม่คิดว่ามันทำให้คุณลำบากใจ และจริงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้สร้างความลำบากใจ ต่อฉันด้วย สุนียะอฺ สุดท้ายแล้ว คุณคิดอย่างไรกับเรื่องของการปิดหน้า และเมื่อมี ใครสักคนปิดหน้าอย่างมิดชิด ฉันคิดว่ามันถึงเวลาที่ต้องตั้งคำถามในชีวิต มันถึงเวลาที่จะคิดถึงตัวเอง ไม่ใช่การคิดถึง “ตัวฉัน” แต่ คิดถึง “สังคม” ที่อยู่บนพื้นฐานของหน้าที่ ความ รับผิดชอบของเราในฐานะมุสลิม ในโลกตะวันตก ฉันคิดว่า เราจำต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ในการที่จะเสริมสร้างภาพลักษณ์ของอิสลามและ มีการผสมผสานกันไป สุมัยยะฮฺ คุณคิดยังไงคะ พูดตรงๆ เลยนะคะ ฉันคิดว่ามันค่อนข้างจะเป็นเรื่อง ที่ไร้สาระ ที่ว่าคนทั่วไปมีความรู้สึกไม่ดีต่ออิสลามเพียงเพราะภาพลักษณ์ภายนอกของมุสลิม เพียงเพราะว่าใครสักคนมีเครายาว หรือการที่ ใครสักคนจะคลุมหัวหรือปิดหน้า และทัศนคติของคนอาจเกิดจากสิ่งที่คุณสวมใส่ ใช่ แต่ความเป็นจริงแล้ว คือ “การที่พวกเขามี ทัศนคติบางอย่าง" มันไม่ได้หมายความว่า ฉันจำต้องละทิ้ง สิ่งที่ฉันศรัทธา หากว่าฉันศรัทธาว่าสิ่งใดนั้นถูกต้อง ฉันก็จะทำมัน คุณเข้าใจใช่ไหม คือฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่ควรที่จะ ยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า คนทุกคนนั้นมีความแตกต่างกัน ความคิดของพวกเขาก็ต่างกัน เราก็ต่างเชื่อในสิ่งที่ต่างกัน พวกเขาอาจจะคิดว่าบางอย่างมันน่าจะดีสำหรับฉัน แต่โดยส่วนตัวฉันแล้ว ฉันก็อาจจะไม่เห็นด้วย กับสิ่งนั้น ฉันหมายความว่า พูดตรงๆ เลยแล้วกันว่า ฉันไม่คิด ว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉันนั้นแตกต่าง จากคนอื่นๆ เพราะ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉันคือ การเป็นผู้ศรัทธา อีกทั้งเมื่อฉันปกปิดใบหน้าของฉัน ฉันก็มีความสุขดี กับการที่ฉันเป็นแบบนี้ ฉันไม่ได้รู้สึกละอายในความเป็นฉัน ฉันมีความเชื่อมั่นและมีความเคารพในตัวเองสูงมาก และฉันก็พอใจกับภาพลักษณ์ของฉัน ฉันพอใจในร่างกายของฉัน และฉันก็คิดว่า ถ้าหากว่าฉันพอใจกับสิ่งที่ฉันเป็น คนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะรู้สึกไม่ดีแทนฉัน ฉันเข้าใจในความเป็นห่วงเป็นใยของคุณ และฉันก็ขอบคุณในความห่วงใยนั้น และหากว่าใครก็ตามที่ยังห่วงใยฉัน แต่จริงๆ แล้ว ฉันก็สบายดีนะคะ ฉันอยากจะขอบคุณคุณทุกๆ คนมากๆ ที่มาร่วม รายการและพูดคุยกัน ฉันเชื่อว่าคุณคงต้องการที่จะละศีลอดและ ไปทานอาหารกันแล้ว

Video Details

Duration: 10 minutes and 23 seconds
Country: United States
Language: English
Genre: None
Views: 213
Posted by: iammaijaa on May 16, 2010

บทสัมภาษณ์ของ ชัยคะฮฺ สุมัยยะฮฺ และสุนียะฮฺ

Caption and Translate

    Sign In/Register for Dotsub to translate this video.