Watch videos with subtitles in your language, upload your videos, create your own subtitles! Click here to learn more on "how to Dotsub"

Annotated captions of Bill Gates on energy: Innovating to zero! in Thai

Last Modified By Time Content
heartfeltgrace 00:01
00:05

วันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องของพลังงานและสภาพภูมิอากาศ

heartfeltgrace 00:05
00:07

อาจจะแปลกอยู่สักหน่อยเพราะว่า

heartfeltgrace 00:07
00:12

งานหลักของผมที่มูลนิธิส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับพวกวัคซีนหรือไม่ก็เมล็ดพันธุ์พืช

heartfeltgrace 00:12
00:15

แล้วก็ออกไปในทางประดิษฐ์คิดค้นและเผยแพร่นำไปใช้

heartfeltgrace 00:15
00:20

เพื่อช่วยให้กลุ่มคนที่จนที่สุดในโลกสองพันล้านคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

heartfeltgrace 00:20
00:25

แต่ว่าพลังงานและสภาพภูมิอากาศมีความสำคัญต่อคนกลุ่มนี้เป็นอย่างยิ่งครับ

heartfeltgrace 00:25
00:30

จริงๆแล้ว มันสำคัญต่อพวกเขามากกว่าต่อใครในโลกก็ว่าได้

heartfeltgrace 00:30
00:35

การที่สภาพภูมิอากาศแย่ลงย่อมหมายถึงการสูญเสียผลิตผลทางการเกษตรไปหลายปี

heartfeltgrace 00:35
00:38

ฝนมักตกมากเกินไป หรือไม่ก็ตกไม่เพียงพอ

heartfeltgrace 00:38
00:40

อะไรๆก็เปลี่ยนไปในทางที่

heartfeltgrace 00:40
00:44

สภาพแวดล้อมที่แสนจะเปราะบางจะรับมือต่อไปอีกไม่ไหว

heartfeltgrace 00:44
00:49

ซึ่งทำให้เกิดภาวะอดอยาก ความไม่แน่นอน และเกิดสถานการณ์ที่ไม่สงบ

heartfeltgrace 00:49
00:53

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้พวกเขาย่ำแย่ลง

heartfeltgrace 00:53
00:56

ราคาพลังงานก็สำคัญสำหรับพวกเขาเช่นกัน

heartfeltgrace 00:56
00:59

ที่จริง ถ้าเราสามารถเลือกลดราคาอะไรก็ตามลงได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

heartfeltgrace 00:59
01:03

ที่จะลดปัญหาความยากจน เท่าที่เห็น สิ่งนั่นก็คือ พลังงาน

heartfeltgrace 01:03
01:07

จริงๆแล้ว พลังงานมีราคาถูกลงเรื่อยๆครับ

heartfeltgrace 01:07
01:13

ที่จริง อารยธรรมเจริญก้าวหน้าได้อาศัยการพัฒนาทางพลังงานเป็นหลัก

heartfeltgrace 01:13
01:17

การปฏิวัติเชื้อพลิงถ่านหินเป็นแรงส่งให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม

heartfeltgrace 01:17
01:23

แม้แต่ในช่วงทศวรรษที่ 1900 เราก็เ็ห็นได้ว่าค่าไฟฟ้าลดต่ำลงอย่างก้าวกระโดด

heartfeltgrace 01:23
01:26

ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ

heartfeltgrace 01:26
01:30

เราสามารถสร้างวัสดุสมัยใหม่ต่างๆนานาและทำอะไรต่อมิอะไรได้อีกหลายอย่าง

heartfeltgrace 01:30
01:37

กล่าวได้ว่าเราอยู่ยุคที่สะดวกสบายมีไฟฟ้าใช้อยู่ในโลกอันมั่งคั่ง

heartfeltgrace 01:37
01:44

ก็ในเมื่อเราทำให้พลังงานมีราคาถูกลงได้ -- งั้นมาทำให้มันถูกลงอีกครึ่งหนึ่งเลยดีกว่า --

heartfeltgrace 01:44
01:46

เรามีข้อจำกัดอย่างใหม่

heartfeltgrace 01:46
01:50

เป็นเรื่องของ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

heartfeltgrace 01:50
01:53

CO2 ทำให้โลกร้อนขึ้น

yahoo2mee 01:53
01:59

และสมการสำหรับ CO2 ความจริงแล้วเป็นอะไรที่ตรงตัวมากๆ

heartfeltgrace 01:59
02:03

หากเรารวมปริมาณการปล่อย CO2 ทั้งหมด

heartfeltgrace 02:03
02:06

ซึ่งเป็นตัวการทำให้อุณภูมิของโลกสูงขึ้น

heartfeltgrace 02:06
02:10

และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เกิดผลกระทบเิชิงลบ

heartfeltgrace 02:10
02:13

ผลกระทบถึงสภาพอากาศ และที่อาจแย่ไปกว่านั้นคือ ผลกระทบทางอ้อม

heartfeltgrace 02:13
02:18

ซึ่งเมื่อระบบนิเวศน์ไม่สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ได้

heartfeltgrace 02:18
02:21

เราก็จะได้ออกมาเป็นระบบนิเวศน์ที่พังพินาศ

nicetranslate 02:21
02:24

ผลกระทบที่เราวัดจาก

heartfeltgrace 02:24
02:28

การเพิ่มขึ้นของ CO2 ที่ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น

heartfeltgrace 02:28
02:30

และพื้นที่ๆจะมีผลย้อนกลับแบบทบเท่าทวีคูณ

heartfeltgrace 02:30
02:33

จะมีความไม่แน่นอนอยู่ด้วย แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

heartfeltgrace 02:33
02:36

และแน่นอนว่าจะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเสียหายที่จะเกิดจากผลกระทบ

heartfeltgrace 02:36
02:39

แต่ว่าความเสียหายนั้นหนักหนาสาหัสมากครับ

nicetranslate 02:39
02:41

ผมเคยถามนักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าหลายครั้ง

heartfeltgrace 02:41
02:44

ว่าพวกเราจำเป็นต้องลดการปล่อย CO2 ให้ลงไปใกล้ๆศูนย์จริงเหรอ

heartfeltgrace 02:44
02:47

แค่ควบคุมให้ลดลงมาครึ่งหนึ่งหรือสักหนึ่งในสี่ได้ไหม?

heartfeltgrace 02:47
02:51

คำตอบก็คือ ถ้าเราไม่ลดลงไปจนใกล้ศูนย์

heartfeltgrace 02:51
02:53

อุณหภูมิก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

heartfeltgrace 02:53
02:55

ฉะนั้น นี่เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ครับ

heartfeltgrace 02:55
03:00

มันแตกต่างมากกับการที่เราบอกว่าเราจะขับรถบรรทุกสูง 12 ฟุตให้ลอดใต้สะพานสูง 10 ฟุต

heartfeltgrace 03:00
03:03

แล้วเราก็จะเข้าไปโดนบีบอัดอยู่ใต้นั้น

nicetranslate 03:03
03:07

นี่เป็นอะไรที่จะต้องกำจัดให้เป็นศูนย์

heartfeltgrace 03:07
03:11

ขณะนี้ เราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากมายในแต่ละปี

heartfeltgrace 03:11
03:13

กว่า 26 พันล้านตัน

heartfeltgrace 03:13
03:17

สำหรับคนอเมริกัน ก็ราวๆ 20 ตันต่อคน

heartfeltgrace 03:17
03:20

สำหรับประชากรในประเทศยากจน ก็ต่ำกว่า 1 ตันต่อคน

heartfeltgrace 03:20
03:24

เฉลี่ยประมาณ 5 ตันต่อทุกๆคนที่อยู่บนโลกใบนี้ครับ

heartfeltgrace 03:24
03:26

และจะด้วยวิธีใดก็ตาม เราต้องปรับเปลี่ยน

heartfeltgrace 03:26
03:29

ให้กลายเป็นศูนย์

heartfeltgrace 03:29
03:31

ที่ผ่านมา CO2 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง

heartfeltgrace 03:31
03:36

มีเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหลายเหตุการณ์ที่ทำให้คงตัวอยู่บ้าง

heartfeltgrace 03:36
03:39

ฉะนั้น เราต้องปรับจากการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

heartfeltgrace 03:39
03:42

ไปเป็นการลดลงจนกลายเป็นศูนย์

heartfeltgrace 03:42
03:44

สมการนี้มีตัวแปรหรือปัจจัยอยู่สี่อย่างครับ

heartfeltgrace 03:44
03:46

คูณกันไปมานิดหน่อย

heartfeltgrace 03:46
03:49

ทางซ้ายมือนี่ก็จะเป็น CO2 ที่เราอยากทำให้กลายเป็นศูนย์

heartfeltgrace 03:49
03:53

ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร

heartfeltgrace 03:53
03:56

กิจกรรมการอุปโภคบริโภคของแต่ละคนโดยเฉลี่ย

heartfeltgrace 03:56
03:59

พลังงานโดยต่อเฉลี่ยต่อกิจกรรมการอุปโภคบริโภค

heartfeltgrace 03:59
04:03

และปริมาณ CO2 ต่อหน่วยพลังงาน

heartfeltgrace 04:03
04:05

เราลองมาดูกันทีละตัว

heartfeltgrace 04:05
04:09

และดูว่าเราจะลดลงให้ถึงศูนย์ได้ยังไงนะครับ

heartfeltgrace 04:09
04:13

บางที ตัวเลขตัวใดตัวหนึ่งอาจจะต้องลดลงมาให้เหลือใกล้ๆศูนย์

heartfeltgrace 04:13
04:16

เป็นพีชคณิตระดับมัธยม

heartfeltgrace 04:16
04:18

ทีนี้ก็ลองมาดูกัน

heartfeltgrace 04:18
04:20

แรกสุด เรามีประชากร

heartfeltgrace 04:20
04:23

โลกวันนี้มีประชากรอยู่ 6.8 พันล้านคน

heartfeltgrace 04:23
04:25

ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านคน

heartfeltgrace 04:25
04:29

ถ้าเราประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์คิดค้นวัคซีนใหม่ใช้

heartfeltgrace 04:29
04:31

ในการสาธารณสุข ในบริการอนามัยเจริญพันธุ์

heartfeltgrace 04:31
04:35

เราก็จะลดอัตราการเสียชีวิตลงมาได้อีก อาจจะสักร้อยละ 10 หรือ 15

heartfeltgrace 04:35
04:39

ซึ่งก็จะทำให้ตรงนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.3

heartfeltgrace 04:39
04:42

ปัจจัยที่สองก็คือกิจกรรมการอุปโภคบริโภค

heartfeltgrace 04:42
04:44

อันนี้นำหน้าทุกๆอย่าง

heartfeltgrace 04:44
04:48

อาหารที่เรากิน เสื้อผ้า ทีวี เครื่องทำความร้อน

heartfeltgrace 04:48
04:51

พวกนี้เป็นสิ่งที่ดีๆทั้งนั้น

heartfeltgrace 04:51
04:54

และการกำจัดความยากจนหมายถึงการให้ิสิ่งพวกนี้

heartfeltgrace 04:54
04:56

กับแทบทุกๆคนบนโลก

heartfeltgrace 04:56
05:00

และเป็นเรื่องดีมากที่ตัวเลขตรงนี้เพิ่มสูงขึ้น

heartfeltgrace 05:00
05:02

สำหรับผู้ที่มีความมั่งคั่ง อาจจะพันล้านคนแรก

heartfeltgrace 05:02
05:04

เราอาจจะงดและลดการอุปโภคบริโภคลง

nicetranslate 05:04
05:08

แต่ทุกๆปี ตัวเลขตัวนี้ โดยเฉลี่ยแล้วจะเพิ่มสูงขึ้น

heartfeltgrace 05:08
05:12

ดังนั้น ในภาพรวมแล้ว ก็จะทำให้การอุปโภคบริโภค

heartfeltgrace 05:12
05:15

ต่อคนเพิ่มขึ้นอีกกว่าสองเท่า

heartfeltgrace 05:15
05:17

ที่นี่ มีแต่กิจกรรมอุปโภคบริโภคขั้นมูลฐานครับ

heartfeltgrace 05:17
05:20

เรามีแสงสว่างในบ้านสำหรับไว้ให้อ่านหนังสือทำการบ้านไหม

heartfeltgrace 05:20
05:22

และในความเป็นจริงแล้ว เด็กๆพวกนี้ไม่มีครับ พวกเขาก็เลยต้องออกไป

heartfeltgrace 05:22
05:26

อ่านหนังสือทำการบ้านใต้เสาไฟฟ้าริมถนน

heartfeltgrace 05:27
05:31

ตอนนี้มาถึงประสิทธิภาพ หรือ อี (E) คือ พลังงานที่ใช้ในกิจกรรมการอุปโภคบริโภคแต่ละประเภท

nicetranslate 05:31
05:33

อันนี้ ในที่สุดเราก็มีข่าวดีครับ

heartfeltgrace 05:33
05:35

เรามีอะไรบางอย่างที่ไม่เพิ่มสูงขึ้น

heartfeltgrace 05:35
05:38

ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นและวิธีการใหม่ในการให้แสงสว่าง

heartfeltgrace 05:38
05:43

ด้วยรถยนต์แบบต่างๆ ด้วยวิธีการก่อสร้างอาคารหลายๆวิธี

heartfeltgrace 05:43
05:46

มีอะไรมากมายที่เราสามารถทำให้

heartfeltgrace 05:46
05:50

เกิดการใช้พลังงานให้น้อยที่สุดได้

heartfeltgrace 05:50
05:53

กิจกรรมบางอย่างอาจจะลดการใช้พลังงานลงได้ถึงร้อยละ 90

heartfeltgrace 05:53
05:56

กิจกรรมอื่นๆเช่น เราผลิตปุ๋ยอย่างไร

heartfeltgrace 05:56
05:58

หรือเราเดินทางทางอากาศอย่างไร

heartfeltgrace 05:58
06:02

ซึ่งมีช่องให้เราปรับปรุงได้น้อยกว่ามาก

heartfeltgrace 06:02
06:04

ดังนั้น ภาพรวมตรงนี้ ถ้าเราคิดในแง่ดี

heartfeltgrace 06:04
06:11

เราอาจจะลดลงมาได้ 1/3 หรือบางทีอาจจะ 1/6

heartfeltgrace 06:11
06:14

แต่สำหรับปัจจัย 3 ตัวแรก

heartfeltgrace 06:14
06:19

เราเริ่มจากอย่างเก่งก็ 26 พันล้าน มาเป็นอาจจะสัก 13 พันล้าน

heartfeltgrace 06:19
06:21

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่การตัดทิ้งออกไปไหน

heartfeltgrace 06:21
06:23

คราวนี้ลองมาดูปัจจัยตัวที่สี่

heartfeltgrace 06:23
06:25

ซึ่งจะเป็นหัวใจหลัก

heartfeltgrace 06:25
06:31

นี่เป็นปริมาณ CO2 ที่ปล่อยจากพลังงานแต่ละหน่วย

heartfeltgrace 06:31
06:35

คำถามก็คือ เราสามารถทำให้กลายเป็นศูนย์ได้จริงๆหรือเปล่า?

heartfeltgrace 06:35
06:37

ถ้าเราใช้ถ่านหิน คำตอบคือ ไม่ได้

heartfeltgrace 06:37
06:39

ถ้าเราใช้ก๊าซธรรมชาติ ก็ไม่ได้อีก

heartfeltgrace 06:39
06:42

เกือบจะทุกวิธีที่เราใช้ผลิตไฟฟ้าทุกวันนี้

heartfeltgrace 06:42
06:48

ปล่อย CO2 กันหมด ยกเว้นพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่งมีมาใหม่กับพลังงานนิวเคลียร์

nicetranslate 06:48
06:51

ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่เราต้องทำในระดับโลก

heartfeltgrace 06:51
06:54

คือสร้างระบบขึ้นมาใหม่

heartfeltgrace 06:54
06:56

เพราะฉะนั้น เราจำเป็นจะต้องสร้างปาฏิหาริย์ทางพลังงาน

heartfeltgrace 06:56
07:00

เมื่อผมใช้คำว่า ปาฏิหาริย์ ผมไม่ได้หมายถึงอะไรที่เป็นไปไม่ได้นะครับ

heartfeltgrace 07:00
07:05

ไมโครโพรเซสเซอร์ (microprocessor) คือ ปาฏิหาริย์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคือ ปาิฏิหาริย์

heartfeltgrace 07:05
07:08

อินเตอร์เน็ตและบริการอินเตอร์เน็ต คือ ปาฏิหาริย์

heartfeltgrace 07:08
07:13

ถ้างั้น ก็นับได้ว่าคนที่อยู่ที่นี่ได้ร่วมสร้างปาฏิหาริย์มากมาย

heartfeltgrace 07:13
07:15

โดยทั่วไป เราไม่มีกำหนดเวลา

heartfeltgrace 07:15
07:17

ที่เราจะต้องสร้างปาฏิหาริย์ให้สำเร็จภายในวันเวลาที่ระบุ

heartfeltgrace 07:17
07:21

โดยทั่วไป เราก็แค่รอๆดูๆไป ปาฏิหาริย์บางอย่างก็มาเอง บางอย่างก็ไม่

heartfeltgrace 07:21
07:25

แต่นี่เป็นกรณีที่พวกเราจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนเต็มอัตรากำลัง

heartfeltgrace 07:25
07:30

เพื่อสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นให้ได้ในเวลาจำกัดจำเขี่ย

heartfeltgrace 07:30
07:33

ผมเคยนึกอยู่ว่าผมจะจับสาระของมันจริงๆออกมานำเสนอได้ยังไง

heartfeltgrace 07:33
07:35

พอจะมีตัวอย่างที่ธรรมชาติสร้างไว้อยู่บ้างไหม

heartfeltgrace 07:35
07:40

พอจะมีการสาธิตแบบไหนที่จะดึงจินตนาการของผู้คนที่นี่ออกมา

heartfeltgrace 07:40
07:44

ผมนึกย้อนไปสักปีนึงที่ผ่านมาตอนที่ผมเอายุงมาด้วย

heartfeltgrace 07:44
07:46

แล้วจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ผู้คนสนุกสนานกับมันมาก

heartfeltgrace 07:46
07:48

(เสียงหัวเราะ)

heartfeltgrace 07:48
07:51

มันทำให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมรู้คิดว่า

heartfeltgrace 07:51
07:54

มีคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับสภาพที่มีแต่ยุง

heartfeltgrace 07:54
07:59

ถ้างั้น พอถึงเรื่องพลังงาน เท่าที่ผมพอจะนึกออกก็คืออันนี้

heartfeltgrace 07:59
08:02

ผมตกลงใจว่า การปล่อยหิ่งห้อย

heartfeltgrace 08:02
08:06

จะเป็นการที่ผมมีส่วนร่วมในการพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของที่นี่ในปีนี้

heartfeltgrace 08:06
08:09

เพราะงั้น เรามีหิ้งห้อยจากธรรมชาติอยู่นี่จำนวนนึง

heartfeltgrace 08:09
08:12

เขาบอกผมว่ามันไม่กัดครับ ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจจะไม่แม้กระทั่งออกจากขวดนี่

heartfeltgrace 08:12
08:15

(เสียงหัวเราะ)

heartfeltgrace 08:15
08:20

มีวิธีแก้ปัญหาที่มีกลเม็ดเด็ดพรายอย่างอันเีนี่ยอยู่เต็มไปหมดครับ

heartfeltgrace 08:20
08:22

แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาสักเท่าไหร่

heartfeltgrace 08:22
08:26

เราจำเป็นต้องหาวิธีแก้ปัญหา จะวิธีเดียวหรือหลายๆวิธี

heartfeltgrace 08:26
08:30

ในระดับมหภาค

heartfeltgrace 08:30
08:32

และก็ต้องเชื่อถือได้อย่างมากด้วย

heartfeltgrace 08:32
08:35

และถึงแม้ว่าจะมีหลายๆหนทางที่คนเราหากันอยู่

heartfeltgrace 08:35
08:39

ผมเห็นจริงๆแค่ห้าหนทางที่จะแก้ปัญหาในระดับใหญ่ได้

heartfeltgrace 08:39
08:44

ที่ผมยังไม่ได้พูดถึงก็คือ คลื่นสมุทร ความร้อนใต้พิภพ นิวเคลียร์ฟิวชั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ

heartfeltgrace 08:44
08:46

หนทางพวกนี้อาจจะมีส่วนในการแก้ปัญหา

heartfeltgrace 08:46
08:48

และถ้าหนทางพวกนี้มีส่วนแก้ปัญหามากกว่าที่ผมคิดไว้ ดีกว่าที่คิดไว้มากๆ

heartfeltgrace 08:48
08:50

แต่จุดสำคัญ

heartfeltgrace 08:50
08:54

คือ เราจะต้องหาทางนำแต่ละหนทางทั้งห้าไปใช้

heartfeltgrace 08:54
08:58

และเราจะต้องไม่เลิกล้มอันใดอันหนึ่งเพียงเพราะมันดูน่าพรั่นพรึง

heartfeltgrace 08:58
09:02

เพราะว่าหนทางเหล่านี้ต่างก็มีความท้าทายที่มีนัยยะสำคัญด้วยกันทั้งนั้น

heartfeltgrace 09:02
09:04

ก่อนอื่น เราลองมาดูการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

heartfeltgrace 09:04
09:08

ไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้ถ่านหินหรือการเผาไหม้ก๊าซธรรมชาติ

heartfeltgrace 09:08
09:11

สิ่งที่เราต้องทำอาจจะดูง่ายๆแต่จริงๆแล้วไม่ง่ายเลยครับ

heartfeltgrace 09:11
09:17

นั่นก็คือจะต้องเอา CO2 ทั้งหมดหลังจากที่เราเผาไหม้ออกมาจากปล่องควัน

heartfeltgrace 09:17
09:20

อัดความดันทำให้กลายเป็นของเหลวแล้วเอาไปเก็บไปที่ไหนสักแห่ง

heartfeltgrace 09:20
09:22

แล้วก็หวังว่ามันจะอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ

heartfeltgrace 09:22
09:26

ตอนนี้เรามีโครงการนำร่องแล้วที่ทำแบบนี้แล้วที่ทำได้ในอัตราร้อยละ 60 - 80

heartfeltgrace 09:26
09:30

แต่การจะทำให้ได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องยากมาก

heartfeltgrace 09:30
09:36

แล้วการที่จะตกลงกันได้ว่าจะเอา CO2 พวกนี้ไปไว้ไหนก็เป็นเรื่องยากอีก

heartfeltgrace 09:36
09:39

แต่ที่ยากที่สุดก็คือประเด็นในระยะยาว

heartfeltgrace 09:39
09:41

ใครหละจะแน่ใจ?

heartfeltgrace 09:41
09:45

ใครหละจะมารับประกันสิ่งที่ขนาดใหญ่เป็นพันล้านเท่ากว่า

heartfeltgrace 09:45
09:49

ขยะประเภทใดที่เราพอจะนึกออกที่มาจากนิวเคลียร์หรือจากอย่างอื่นๆ

heartfeltgrace 09:49
09:52

มันจะมีปริมาตรใหญ่มาก

heartfeltgrace 09:52
09:54

ดังนั้น นั่นเป็นอันหนึ่งที่ยากสาหัสอยู่

heartfeltgrace 09:54
09:56

อันต่อไปก็คือพลังงานนิวเคลียร์

heartfeltgrace 09:56
09:59

ซึ่งมีปัญหาอยู่ 3 ข้อใหญ่

heartfeltgrace 09:59
10:03

ต้นทุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กฏระเบียบเคร่งครัด

heartfeltgrace 10:03
10:07

ประเด็นความปลอดภัย ความรู้สึกสบายใจจริงๆว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น

heartfeltgrace 10:07
10:10

ถึงแม้ว่าเราจะมีคนเป็นผู้ควบคุมการทำงานของเครื่อง

heartfeltgrace 10:10
10:13

เชื้อเพลิงจะไม่ถูกนำไปใช้ทำเป็นขีปนาวุธ

heartfeltgrace 10:13
10:15

ข้อต่อไปก็คือเราจะทำยังไงกับกากนิวเคลียร์

heartfeltgrace 10:15
10:18

ถึงแม้ว่ามันจะมีปริมาณไม่มาก แต่ก็มีความประพรั่นหวั่นวิตกเกี่ยวกับเรื่องนี้

heartfeltgrace 10:18
10:20

ผู้คนจะต้องรู้สึกดีรู้สึกสบายใจเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์เสียก่อน

heartfeltgrace 10:20
10:25

ปัญหาใหญ่ทั้งสามอาจจะมีหนทางแก้ไข

heartfeltgrace 10:25
10:27

และเพราะฉะนั้น จึงควรจะได้รับการแก้ไข

heartfeltgrace 10:27
10:30

สามหนทางท้ายสุด ผมรวมไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน

heartfeltgrace 10:30
10:34

เป็นกลุ่มที่มักจะเรียกกันว่าแหล่งพลังงานหมุนเวียน

heartfeltgrace 10:34
10:38

จริงๆแล้ว -- ถึงแม้ว่ามีข้อดีที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง --

heartfeltgrace 10:38
10:40

มันก็มีข้อเสียอยู่บางประการ

heartfeltgrace 10:40
10:46

ข้อแรกก็คือความเข้มข้นพลังงานจากเทคโนโลยีพวกนี้รวมกันแล้ว

heartfeltgrace 10:46
10:48

ยังน้อยกว่าที่ได้จากโรงไฟฟ้าอยู่มากครับ

heartfeltgrace 10:48
10:52

นี่ฟาร์มพลังงาน เรากำลังพูดกันถึงพื้นที่หลายๆไร่

heartfeltgrace 10:52
10:57

เป็นพันๆเท่าของที่เราใช้สำหรับโรงไฟฟ้าโดยปรกติ

heartfeltgrace 10:57
11:00

แล้วมันก็เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีความต่อเนื่อง

heartfeltgrace 11:00
11:03

พระอาทิตย์ไม่ได้ส่องแสงตลอดทั้งวัน ไม่ได้ส่องแสงทุกวี่ทุกวัน

heartfeltgrace 11:03
11:06

ลมก็คล้ายคลึงกันก็คือไม่ได้พัดอยู่ตลอดเวลา

heartfeltgrace 11:06
11:08

ฉะนั้น ถ้าเราขึ้นอยู่กับแหล่งพลังงานพวกนี้

heartfeltgrace 11:08
11:11

เราก็ต้องมีวิธีที่จะผลิตพลังงาน

heartfeltgrace 11:11
11:14

ในช่วงที่ขาดแคลนพลังงานจากแหล่งหมุนเวียน

heartfeltgrace 11:14
11:17

ดังนั้น เราก็ประสบกับความท้าทายด้านต้นทุน

heartfeltgrace 11:17
11:19

เราเจอความท้าทายในด้านการจ่ายไฟ

heartfeltgrace 11:19
11:22

ยกตัวอย่างเป็นต้นว่า แหล่งพลังงานอยู่นอกประเทศ

heartfeltgrace 11:22
11:24

เราก็ต้องมีไม่เฉพาะแต่เทคโนโลยี

heartfeltgrace 11:24
11:29

แต่เราต้องมาจัดการกับความเสี่ยงที่มีแหล่งพลังงานมาจากที่อื่น

heartfeltgrace 11:29
11:31

และท้ายสุดก็คือการจัดเก็บเชื้อเพลิง

heartfeltgrace 11:31
11:34

เพื่อให้เห็นครบมิติ ผมก็เลยลองไปสำรวจดู

heartfeltgrace 11:34
11:37

แบตเตอรี่ทุกประเภทในท้องตลาด

heartfeltgrace 11:37
11:41

ที่ใช้กับรถยนต์ กับคอมพิวเตอร์ กับโทรศัพท์ กับไฟฉาย กับทุกสิ่งทุกอย่าง

heartfeltgrace 11:41
11:46

แล้วเปรียบเทียบกับปริมาณของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งโลก

heartfeltgrace 11:46
11:50

ผมพบว่าแบตเตอรี่ทั้งหมดที่เรามีอยู่ตอนนี้

heartfeltgrace 11:50
11:54

กักเก็บพลังงานได้เพียงแค่ 10 นาทีของพลังงานทั้งหมดที่เราใช้อยู่

heartfeltgrace 11:54
11:57

ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้ว เราจะต้องให้มีการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นให้ได้

heartfeltgrace 11:57
12:01

พัฒนาอะไรที่ดีกว่าเป็นร้อยเท่า

heartfeltgrace 12:01
12:03

กว่าแนวทางที่เรามีอยู่ตอนนี้

heartfeltgrace 12:03
12:07

ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ไ้ด้ แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ง่ายเลย

heartfeltgrace 12:07
12:11

นี่แสดงให้เห็นว่าถ้าเราจะใช้แหล่งพลังงานที่ไม่ต่อเนื่อง

heartfeltgrace 12:11
12:15

ให้ได้มากกว่าเอาว่าร้อยละ 20 - 30 ที่เราใช้กันอยู่

heartfeltgrace 12:15
12:17

ถ้าเราจะพึ่งพาแหล่งพลังงานไม่ต่อเนื่องอย่างเต็มร้อย

heartfeltgrace 12:17
12:22

เราจะต้องมีแบตเตอรี่ที่ปาฏิหาริย์อย่างไม่น่าเชื่อ

heartfeltgrace 12:23
12:26

เอาหล่ะครับ เราจะก้าวไปในหนทางไหน แนวทางไหนเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

heartfeltgrace 12:26
12:30

นี่ใช่โครงการแมนฮัตตัน (Manhattan project) หรือเปล่า อะไรที่จะทำให้เราไปถึงจุดมุ่งหมาย

heartfeltgrace 12:30
12:35

แบบนี้ครับ เราจะต้องมีบริษัทหลายๆบริษัทช่วยกันพัฒนาด้านนี้ขึ้น ต้องเป็นร้อยๆครับ

heartfeltgrace 12:35
12:38

ในแต่ละหนทางทั้งห้านี้ เราต้องมีอย่างน้อยสักร้อยคน

heartfeltgrace 12:38
12:42

แล้วก็คนพวกนี้ส่วนใหญ่ เราก็จะมองว่าเขาทำอะไรเพี้ยนๆ ซึ่งก็ดีแล้วครับ

heartfeltgrace 12:42
12:45

ผมคิดว่า ในกลุ่ม TED ที่นี่

heartfeltgrace 12:45
12:49

เราก็มีหลายคนที่ได้เริ่มทำอะไรพวกนี้ไปแล้ว

heartfeltgrace 12:49
12:53

บิลล์ กรอสส์ (ฺBill Gross) ทำหลายบริษัทเลย รวมถึงอันนึงที่ชื่อ อีโซลาร์ (eSolar)

heartfeltgrace 12:53
12:55

ที่มีเทคโนโลยีอุณหภาพรังสีอาทิตย์ (solar thermal) ที่เยี่ยมยอด

heartfeltgrace 12:55
12:59

วินนอด โคสลา (Vinod Khosla) ได้ลงทุนในหลายสิบบริษัท

heartfeltgrace 12:59
13:03

ที่ได้พัฒนาอะไรเจ๋งๆออกมาและมีอะไรที่น่าสนใจที่อาจจะทำออกมาได้อีกเยอะ

heartfeltgrace 13:03
13:05

ผมเองก็กำลังให้การสนับสนุน

heartfeltgrace 13:05
13:09

นาธาน มีห์ร์โวลด์ (Nathan Myhrvold) กับผมจริงๆแล้วได้ให้การสนับสนุนบริษัทหนึ่ง

heartfeltgrace 13:09
13:13

ที่ อาจจะน่าแปลกสักหน่อย ที่พัฒนาไปในด้านนิวเคลียร์ครับ

heartfeltgrace 13:13
13:17

มีนวัตกรรมอยู่บ้างในด้านนิวเคลียร์: นวัตกรรมมอดุลาร์เป็นแบบสารเหลว

heartfeltgrace 13:17
13:21

จริงๆแล้ว นวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้หยุดมาได้สักพักใหญ่

heartfeltgrace 13:21
13:26

ฉะนั้น ความคิดที่ว่ามีแนวคิดดีๆอยู่รายรอบก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรเลย

heartfeltgrace 13:26
13:32

แนวคิดแบบเทร์ราพาวเวอร์ (Terrapower) เป็นแบบนี้ครับ แทนที่เราจะใช้ยูเรเนียมส่วนหนึ่งเป็นเชื้อเพลิง

heartfeltgrace 13:32
13:35

คือส่วนที่มีร้อยละ 1 ซึ่งก็คือ ยูเรเนียม235 (U235)

heartfeltgrace 13:35
13:40

เราก็เลือกส่วนที่มีร้อยละ 99 มาเป็นเชื้อเพลิงจะดีกว่า นั่นคือ ยูเรเนียม238 (U238)

heartfeltgrace 13:40
13:42

เป็นแนวคิดที่บ้าบิ่นเอาเรื่อง

heartfeltgrace 13:42
13:45

ในความเป็นจริง คนพูดกันเรื่องนี้มานานแล้วครับ

heartfeltgrace 13:45
13:49

แต่พวกเขาไม่สามารถทำแบบจำลองที่ถูกต้องเพื่อศึกษาว่าัมันทำงานได้จริงหรือไม่

heartfeltgrace 13:49
13:52

พองั้น ก็เนื่องด้วยว่ามีซูเปอร์คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ขึ้นมา

heartfeltgrace 13:52
13:54

ที่ในตอนนี้เราสามารถศึกษาจำลองเพื่อตอบว่า ได้

heartfeltgrace 13:54
14:00

ด้วยกรรมวิธีทางวัสดุที่ถูกต้อง ดูเหมือนว่ามันจะต้องทำงานได้จริง

heartfeltgrace 14:00
14:03

และก็เพราะว่าเรานำส่วนที่เป็นร้อยละ 99 มาเป็นเชื้อเพลิง

heartfeltgrace 14:03
14:07

เราจะทำให้ต้นทุนดูดีขึ้นอย่างมาก

heartfeltgrace 14:07
14:11

จริงๆแล้วเราเผาไหม้กากนิวเคลียร์ และสิ่งที่เราเอามาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้จริงก็คือ

heartfeltgrace 14:11
14:14

กากนิวเคลียร์ทั้งหมดที่เหลือออกมาจากเตาปฏิกรณ์ทุกวันนี้

heartfeltgrace 14:14
14:19

ดังนั้น แทนที่จะต้องไปกังวลอะไรกับมัน เราก็แค่เอามากลับใช้ใหม่ เยี่ยมไปเลยครับ

heartfeltgrace 14:19
14:23

มันเผาไหม้ได้มาเป็นยูเรเนียมนี่ ก็คล้ายๆกับเทียนไขอะไรแบบนั้น

heartfeltgrace 14:23
14:27

เราจะเห็นเป็นท่อนๆตรงนี้ มักจะเรียกกันว่า เตาปฏิกรณ์คลื่นเคลื่อนที่ (traveling wave reactor)

heartfeltgrace 14:27
14:31

ในแง่ของเชื้อเพลิง นี่เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงครับ

heartfeltgrace 14:31
14:34

ผมมีรูปของสถานที่หนึ่งในเคนตักกี้

heartfeltgrace 14:34
14:36

นี่เป็นกากนิวเคลียร์ ส่วนที่เป็นร้อยละ 99 นั่นแหละครับ

heartfeltgrace 14:36
14:38

เป็นส่วนที่เอาออกมาหลังจากใช้ในการเผาไหม้เสร็จสิ้นแล้ว

heartfeltgrace 14:38
14:40

เรียกกันว่า ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ (depleted uranium)

heartfeltgrace 14:40
14:43

เอามาใช้ผลิตพลังงานสำหรับใช้ในอเมริกาได้อีกเป็นร้อยๆปี

heartfeltgrace 14:43
14:46

และถ้าใช้กระบวนการหล่อเย็นด้วยน้ำทะเลซึ่งเป็นกระบวนการง่ายๆและค่าใช้จ่ายไม่สูง

heartfeltgrace 14:46
14:51

เราก็จะมีเชื้อเพลิงที่จะใช้ไปตลอดชั่วอายุขัยของโลกใบนี้ครับ

heartfeltgrace 14:51
14:55

ดังนั้นก็รู้กันนะครับว่าเรายังมีเรื่องท้าท้ายรอเราอยู่อีกมาก

heartfeltgrace 14:55
15:00

แต่นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวคิดอีกเป็นร้อยเป็นพัน

heartfeltgrace 15:00
15:03

ที่บ่งว่าเราจะต้องพัฒนาไปข้างหน้า

heartfeltgrace 15:03
15:06

ลองมาคิดกันดูครับว่าเราควรจะตรวจสอบดูความก้าวหน้าได้ยังไงด้วยตัวเราเอง

heartfeltgrace 15:06
15:09

รายงานความก้าวหน้าของเราควรจะหน้าตาเป็นยังไง

heartfeltgrace 15:09
15:12

ลองไปดูกันที่จุดมุ่งหมายที่เราต้องไปให้ถึงเสียก่อน

heartfeltgrace 15:12
15:14

แล้วก็ลองย้อนกลับมาดูช่วงตรงกลาง

heartfeltgrace 15:14
15:19

พอถึงปี ค.ศ.2050 (พ.ศ.2593) เราคงได้ยินหลายๆคนบอกว่าจะลดลงให้ได้ร้อยละ 80

heartfeltgrace 15:19
15:23

สำคัญมากเลยนะครับที่เราต้องทำให้ได้ตามนั้น

heartfeltgrace 15:23
15:27

ส่วนอีกร้อยละ 20 นั่นจะเป็นในประเทศยากจน

heartfeltgrace 15:27
15:29

แ้ล้วก็ภาคการเกษตร

heartfeltgrace 15:29
15:33

หวังว่าตอนนั้น เราจะไม่มีก๊าซฯ ที่เกิดจากภาคป่าไม้ จากอุตสาหกรรมซีเมนต์

heartfeltgrace 15:33
15:36

ดังนั้นจะลดให้ได้ร้อยละ 80

heartfeltgrace 15:36
15:40

กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ร่วททั้งประเทศอย่างเช่น จีน

heartfeltgrace 15:40
15:45

จะต้องมาร่วมกันปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตไฟฟ้า

heartfeltgrace 15:45
15:51

งั้น อีกด้านหนึ่งที่ต้องดูก็คือ ต้องดูว่าเราใช้เทคโนโลยีที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันไหม

heartfeltgrace 15:51
15:53

ที่ผ่านมา เราได้ใช้เทคโนโลยีแบบนี้ในประเทศพัฒนาแล้วทุกประเทศหรือยัง

heartfeltgrace 15:53
15:56

และเราได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ไปที่อื่นแล้วหรือไม่

heartfeltgrace 15:56
15:58

นี่เป็นเรื่องสำคัญเอามากๆเลยครับ

heartfeltgrace 15:58
16:02

เป็นหัวใจสำคัญในรายงานความก้าวหน้าที่เราว่ากันอะนะครับ

heartfeltgrace 16:02
16:07

คราวนี้ ย้อนกลับมาจากตรงนั้น ความก้าวหน้าในปี ค.ศ.2020 (พ.ศ.2563) ควรจะเป็นยังไง

heartfeltgrace 16:07
16:09

อีกครั้งครับ ที่ควรจะดูที่สองตัวแปรหลัก

heartfeltgrace 16:09
16:13

เราควรจะดูที่ประสิทธิภาพพลังงานเป็นจุดเริ่มต้นในการลดการปล่อย CO2

heartfeltgrace 16:13
16:16

ยิ่งเราปล่อย CO2 น้อยเท่าไหร่ ปริมาณรวมของ CO2 ก็จะน้อยลงเท่านั้น

heartfeltgrace 16:16
16:18

และก็จะส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นน้อยลงตามไปด้วย

heartfeltgrace 16:18
16:21

แต่เนื่องด้วยเหตุบางอย่าง ความก้าวหน้าของเราที่จุดนี้

heartfeltgrace 16:21
16:25

การทำอะไรที่ไม่ได้ส่งให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซฯได้มาก

heartfeltgrace 16:25
16:29

มีความสำคัญเท่ากับหรือบางทีอาจจะำสำคัญน้อยกว่าการทำอีกแบบหนึ่งนิดหน่อย

heartfeltgrace 16:29
16:33

ซึ่งก็คือนวัตกรรมความก้าวหน้าด้านพลังงานนั่นเองครับ

heartfeltgrace 16:33
16:36

ความก้าวหน้าพวกนี้ เราต้องขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลัง

heartfeltgrace 16:36
16:39

เราอาจจะวัดความก้าวหน้าจากจำนวนบริษัท

heartfeltgrace 16:39
16:42

จากโครงการนำร่อง จากกฏข้อบังคับที่มีการปรับเปลี่ยน

heartfeltgrace 16:42
16:45

มีหนังสือดีๆหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้

heartfeltgrace 16:45
16:48

หนังสือของอัล กอร์ (Al Gore) ที่ชื่อ "ทางเลือกของเรา (Our Choice)"

heartfeltgrace 16:48
16:51

และหนังสือของเดวิด แม็คเคย์ (David McKay) ชื่อ "พลังงานยั่งยืนที่ไม่ทำให้อากาศร้อน (Sustainable Energy Without the Hot Air)"

heartfeltgrace 16:51
16:54

บรรดาผู้เขียนได้อธิบายอย่างรอบด้านและยังสร้างกรอบแนวคิด

heartfeltgrace 16:54
16:56

ให้สามารถมาถกประเด็นกันได้ในวงกว้าง

heartfeltgrace 16:56
16:59

เพราะเราต้องมีการสนับสนุนจากคนในวงกว้างในเรื่องนี้

heartfeltgrace 16:59
17:01

มีอะไรมากมายที่จะต้องมาสอดประสานกัน

heartfeltgrace 17:01
17:03

นี่เป็นความเจตจำนงค์อันหนึ่งครับ

heartfeltgrace 17:03
17:07

มันเป็นเจตจำนงค์อันแรงกล้าว่าพวกเราจะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา

heartfeltgrace 17:07
17:10

ถ้าคุณให้ผมขอพรได้เพียงหนึ่งข้อในตลอด 50 ปีต่อจากนี้

heartfeltgrace 17:10
17:12

ผมอาจจะเลือกว่าจะให้ใครเป็นประธานาธิบดีก็ได้

heartfeltgrace 17:12
17:15

ผมอาจจะเลือกวัคซีน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมรัก

heartfeltgrace 17:15
17:17

หรือผมอาจจะเลือกว่ามีสิ่งนี้

heartfeltgrace 17:17
17:21

สิ่งที่ใช้ต้นทุนเพียงครึ่งเดียวและไม่ปล่อย CO2 ออกมาเลย

heartfeltgrace 17:21
17:23

นี่แหละครับเป็นพรข้อที่ผมจะเลือก

heartfeltgrace 17:23
17:25

นี่เป็นสิ่งเดียวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

heartfeltgrace 17:25
17:27

ถ้าเราไม่ได้พรสมตามความปรารถนาของเรา

heartfeltgrace 17:27
17:31

ความแบ่งแยกระหว่างคนที่คิดอะไรแบบเฉพาะหน้ากับคนที่คิดแบบระยะยาวจะห่างกันมากขึ้น

heartfeltgrace 17:31
17:34

ระหว่าง อเมริกา กับ จีน ระหว่างประเทศยากจนกับประเทศร่ำรวย

heartfeltgrace 17:34
17:39

และเกือบจะทุกๆชีวิตของคนสองพันล้านคนจะเลวร้ายลงไปอีกมาก

heartfeltgrace 17:39
17:41

ดังนั้น เราจะต้องทำอะไรบ้างครับ

heartfeltgrace 17:41
17:46

อะไรที่ผมกำลังวิงวอนขอร้องพวกคุณให้ก้าวออกมาแล้วเดินไปข้างหน้า

heartfeltgrace 17:46
17:49

เราจะต้องมีงบประมาณวิจัยและพัฒนามากกว่านี้

heartfeltgrace 17:49
17:51

เมื่อประเทศต่างๆไปประชุมร่วมกันในสถานที่อย่างกรุงโคเปนเฮเกน

heartfeltgrace 17:51
17:54

พวกเขาไม่น่าจะแค่ถกประเด็นกันเฉพาะเกี่ยวกับ CO2

heartfeltgrace 17:54
17:56

พวกเขาควรจะต้องถกประเด็นเรื่องแผนนวัตกรรม

heartfeltgrace 17:56
18:01

และพวกคุณจะตกใจมากกับงบประมาณใช้จ่ายที่น้อยอย่างน่าขัน

heartfeltgrace 18:01
18:03

ในแนวทางนวัตกรรมพวกนี้

heartfeltgrace 18:03
18:07

เราจำเป็นต้องมีการจูงใจด้วยกลไกตลาด มีภาษีคาร์บอน มีระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

heartfeltgrace 18:07
18:10

มีสิ่งที่คอยส่งสัญญาณราคาออกไป

heartfeltgrace 18:10
18:12

เราจำเป็นต้องส่งสาส์นนี้ออกไป

heartfeltgrace 18:12
18:15

เราจำเป็นต้องให้การอภิปรายนี้มีเหตุมีผลขึ้น เป็นการอภิปรายที่สามารถยอมรับได้มากขึ้น

heartfeltgrace 18:15
18:18

รวมไปถึงขั้นตอนต่างๆที่รัฐบาลจะต้องทำ

heartfeltgrace 18:18
18:22

นี่เป็นความประสงค์ที่สำคัญประการหนึ่ง แต่เป็นประการที่ผมเชื่อว่าเราทำให้สัมฤทธิ์ผลได้

heartfeltgrace 18:22
18:24

ขอบคุณครับ

heartfeltgrace 18:24
18:35

(เสียงปรบมือ)

heartfeltgrace 18:35
18:37

ขอบคุณครับ

heartfeltgrace 18:37
18:39

คริส แอนเดอร์สัน (Chris Anderson): ขอบคุณฮะ ขอบคุณครับ

heartfeltgrace 18:39
18:44

(เสียงปรบมือ)

heartfeltgrace 18:44
18:50

ขอบคุณครับ จะขอทำความเข้าใจนิดนึงเกี่ยวกับเทร์ร่าพาวเวอร์ ใช่ไหมครับ

heartfeltgrace 18:50
18:55

ผมหมายถึงแบบนี้ครับ ก่อนอื่น คุณพอจะบอกได้ไหมครับว่าการลงทุนมีขนาดประมาณไหน

heartfeltgrace 18:55
18:59

บิลล์ เกตส์: ทำซอฟต์แวร์ขึ้นมา ซื้อซูเปอร์คอมพิวเตอร์

heartfeltgrace 18:59
19:01

จ้างนักวิทยาศาสตร์มือเยี่ยมๆ ซึ่งพวกผมก็ทำไปแล้ว

heartfeltgrace 19:01
19:04

ก็ตกอยู่แค่หลักสิบล้านดอลลาร์

heartfeltgrace 19:04
19:07

และถ้าถึงตอนที่พวกผมทดสอบตัววัสดุนี้ที่เตาปฏิกรณ์ที่รัสเซีย

heartfeltgrace 19:07
19:11

เพื่อความแน่ใจว่าวัสดุตัวนี้ทำงานได้ไม่มีผิดพลาด

heartfeltgrace 19:11
19:13

ตอนนั้น เราก็น่าจะพูดกันถึงแค่หลักร้อยล้านดอลลาร์เท่านั้นแหละครับ

heartfeltgrace 19:13
19:16

เรื่องยากก็คือการสร้างเตาปฏิกรณ์นำร่อง

heartfeltgrace 19:16
19:21

ต้องหาทุนกันเป็นพันล้าน ต้องเข้าไปคุยกับผู้ออกกฏของรัฐ ต้องหาสถานที่ตั้ง

heartfeltgrace 19:21
19:23

ที่จะสร้างเตาปฏิกรณ์เตาแรกขึ้นมา

heartfeltgrace 19:23
19:27

ถ้าพอเราสร้างเตาปฏิกรณ์แรกขึ้นมาแล้วแล้วถ้ามันทำงานได้อย่างที่โฆษณาไว้

heartfeltgrace 19:27
19:31

คราวนี้ก็หนทางสว่างไสวแล้วครับ เพราะว่าเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและความเข้มข้นพลังงาน

heartfeltgrace 19:31
19:33

ต่างจากไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เรารู้จักอย่างมากเชียวหละครับ

heartfeltgrace 19:33
19:37

คริส: ถ้างั้น ให้เข้าใจถูกต้องก็คือ จะมีการสร้างลึกลงไปใต้ดิน

heartfeltgrace 19:37
19:41

เกือบจะคล้ายกับท่อบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ชนิดแนวตั้ง

heartfeltgrace 19:41
19:43

ของยูเรเนียมที่เผาไหม้แล้วประมาณนั้น

heartfeltgrace 19:43
19:46

แล้วก็เป็นปฏิกิริยาที่เริ่มจากด้านบนแล้วค่อยๆเลื่อนลงมาข้างล่าง อย่างนั้นใช่ไหมครับ?

heartfeltgrace 19:46
19:49

บิลล์: ถูกต้องเลยครับ ทุกวันนี้ เรายังต้องเติมเชื้อเพลิงในเตาปฏิกรณ์อยู่

heartfeltgrace 19:49
19:52

ฉะนั้นเราก็เลยมีคนอยู่ส่วนหนึ่งแล้วก็การควบคุมงานอีกส่วนหนึ่งที่อาจเกิดความผิดพลาดได้

heartfeltgrace 19:52
19:55

อะไรก็ตามถ้าเราต้องเปิดเตาแล้วย้ายนั่นนี่เข้าออก

heartfeltgrace 19:55
19:57

เป็นอะไรที่ไม่ดีเลยครับ

heartfeltgrace 19:57
20:02

ดังนั้น ถ้าเรามีเชื้อเพลิงที่ราคาถูกมากๆที่ใช้ไปได้นานถึง 60 ปี

heartfeltgrace 20:02
20:04

คิดว่ามันเหมือนกับท่อนไม้ก็แล้กัน

heartfeltgrace 20:04
20:07

ใส่เข้าไปแล้วก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรกับมันอีก

heartfeltgrace 20:07
20:12

มันก็อยู่ในนั้น เผาไหม้ไป 60 ปี แล้วก็จบอยู่ตรงนั้น

heartfeltgrace 20:12
20:16

คริส: มันก็คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มาพร้อมกระบวนการกำจัดกากนิวเคลียร์อยู่ภายในตัว

heartfeltgrace 20:16
20:18

บิลล์: ใช่ครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับกากนิวเคลียร์

heartfeltgrace 20:18
20:23

เราอาจปล่อยมันไว้ในนั้น -- กากนิวเคลียร์มีน้อยมากครับด้วยแนวทางแบบนี้นะครับ --

heartfeltgrace 20:23
20:25

จากนั้นเราก็เอามันไป

heartfeltgrace 20:25
20:28

ใส่ในเตาใหม่แล้วก็เผาไหม้ต่อ

heartfeltgrace 20:28
20:32

แล้วเราก็เริ่มต้นด้วยการใช้กากนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

heartfeltgrace 20:32
20:36

ที่แช่นิ่งอยู่ในสระหล่อเย็นหรือไม่ก็อยู่ในหีบเก็บกากที่เตาปฏิกรณ์

heartfeltgrace 20:36
20:38

นั่นแหละจะเป็นเชื้อเพลิงที่เราจะเริ่มด้วย

heartfeltgrace 20:38
20:41

ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาจากเตาปฏิกรณ์อื่น

heartfeltgrace 20:41
20:43

ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเตาของพวกผม

heartfeltgrace 20:43
20:46

ซึ่งก็หมายความว่าเราลดปริมาณกากนิวเคลียร์ได้อย่างมากมาย

heartfeltgrace 20:46
20:48

เมื่อเราเข้าสู่กระบวนการแบบของผม

heartfeltgrace 20:48
20:50

คริส: แต่ในบรรดาที่คุณไปบรรยายมาแล้วทั่วโลก

heartfeltgrace 20:50
20:52

ถึงความเป็นไปได้ตรงนี้

heartfeltgrace 20:52
20:55

ที่ไหนที่ให้ความสนใจมากที่สุดที่จะทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาจริงๆครับ?

heartfeltgrace 20:55
20:58

บิลล์: อืม...พวกผมยังไม่ได้ชี้เฉพาะเรื่องสถานที่

heartfeltgrace 20:58
21:06

และมันมีกฏเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอะไรก็ตามที่ถือว่าเป็น นิวเคลียร์

heartfeltgrace 21:06
21:08

ก็มีที่แสดงเจตจำนงค์ให้ความสนใจกันก็เยอะครับ

heartfeltgrace 21:08
21:12

คนของเราไปที่รัสเซีย อินเดีย จีน

heartfeltgrace 21:12
21:14

ผมเองก็กลับมาที่นี่เพื่อมาพบท่านรัฐมนตรีพลังงาน

heartfeltgrace 21:14
21:18

หารือกันหนะครับว่าแนวทางนี้จะสอดรับกับแผนพลังงานได้ยังไงบ้าง

heartfeltgrace 21:18
21:21

ผมก็เลยมองอนาคตไปในทางบวกครับ ฝรั่งเศสกับญี่ปุ่นก็มีดำเนินการในแนวนี้ด้วยนะครับ

heartfeltgrace 21:21
21:25

ศึกษาพัฒนากันไปในรูปแบบต่างๆนานาตามนี้

heartfeltgrace 21:25
21:29

นับเป็นการพัฒนาที่สำคัญ คล้ายกับเตาปฏิกรณ์แบบนิวตรอนเร็ว (FBR)

heartfeltgrace 21:29
21:31

ที่หลายๆประเทศนำไปสร้าง

heartfeltgrace 21:31
21:36

ดังนั้น ใครก็ตามที่ได้เคยสร้างเตา FBR ก็มีคุณสมบัติเข้าข่ายเป็นที่สร้างเตาแบบของผมได้

heartfeltgrace 21:36
21:41

คริส: ฉะนั้น ในความคิดของคุณ ระยะเวลาและความน่าจะเป็น

heartfeltgrace 21:41
21:44

ที่จะมีเตาแบบนี้ขึ้นมาจริงๆเป็นเท่าไหร่ครับ?

heartfeltgrace 21:44
21:49

บิลล์: อืม...เราน่าจะต้องใช้...จะสร้างเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างนี้ได้

heartfeltgrace 21:49
21:51

ซึ่งราคาถูกมากครับ

heartfeltgrace 21:51
21:55

เรามีเวลา 20 ปีในการก่อสร้าง และอีก 20 ปีในการเดินเครื่อง

heartfeltgrace 21:55
22:00

นี่เป็นเหมือนกับกำหนดเวลาที่แบบจำลองทางสิ่งแวดล้อม

heartfeltgrace 22:00
22:02

เสนอผลออกมาว่าเราจะต้องทำให้ได้

heartfeltgrace 22:02
22:07

แล้วคุณรู้ไหมว่าเทร์ร่าพาวเวอร์ ถ้าทุกอย่างราบรื่นนะครับซึ่งก็ถือว่าขอมากโขอยู่

heartfeltgrace 22:07
22:09

จะถึงเป้าหมายนั้นได้ง่ายๆเลยครับ

heartfeltgrace 22:09
22:12

และตอนนี้ก็โชคดีที่มีบริษัทนับสิบ

heartfeltgrace 22:12
22:14

จริงๆแล้วเราต้องให้มีเป็นร้อย

heartfeltgrace 22:14
22:16

ที่ ก็คล้ายกันครับ ถ้าผลวิจัยวิทยาศาสตร์เป็นไปได้ด้วยดี

heartfeltgrace 22:16
22:19

ถ้างบประมาณสร้างโรงไฟฟ้านำร่องไม่มีปัญหา

heartfeltgrace 22:19
22:21

ก็จะมาแข่งขันกันกับเทคโนโลยีนี้

heartfeltgrace 22:21
22:23

ที่ดีที่สุดก็คือหลายๆบริษัทสัมฤทธิ์ผล

heartfeltgrace 22:23
22:26

เพราะถ้างั้นเราสามารถใช้ผลที่สัมฤทธิ์แล้วมาประกอบรวมกันได้

heartfeltgrace 22:26
22:28

แน่นอนว่าเราต้องให้มีหนึ่งบริษัทที่ประสบผลสัมฤทธิ์ให้ได้

heartfeltgrace 22:28
22:31

คริส: ถ้ามองกันที่ความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

heartfeltgrace 22:31
22:34

นี่ถือว่าเป็นอะไรที่ใหญ่ที่สุดที่คุณคิดว่ามีอยู่ในตอนนี้ไหมครับ?

heartfeltgrace 22:34
22:38

บิลล์: ความก้าวล้ำในด้านพลังงานมีความสำคัญอย่างยิ่งครับ

heartfeltgrace 22:38
22:40

มันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ว่าจะไม่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม

heartfeltgrace 22:40
22:45

แต่ข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งทำให้มันดูยิ่งใหญ่เข้าไปอีก

heartfeltgrace 22:45
22:48

ในวงการนิวเคลียร์ มีนวัตกรรมอื่นๆด้วย

heartfeltgrace 22:48
22:51

คุณรู้ไหม เราไม่รู้จักงานชิ้นไหนของพวกเขาดีเท่ากับชิ้นนี้

heartfeltgrace 22:51
22:54

แต่กับกลุ่มที่ใช้นวัตกรรมมอดุลาร์ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง

heartfeltgrace 22:54
22:58

เป็นเตาปฏิกรณ์แบบสารเหลว ซึ่งค่อนข้างจะเข้าใจยาก

heartfeltgrace 22:58
23:00

แต่บางทีพวกเขาอาจจะพูดถึงพวกผมแบบเดียวกันก็ได้ครับ

heartfeltgrace 23:00
23:03

ก็คือว่า มีเทคนิคแนวทางหลายๆแบบ

heartfeltgrace 23:03
23:06

แต่ความสวยงามของแบบนี้อยู่ที่โมเลกุลของยูเรเนียม

heartfeltgrace 23:06
23:10

ให้พลังงานออกมาเป็นล้านเท่าเมื่อเทียบกับโมเลกุลของถ่านหิน

heartfeltgrace 23:10
23:13

ดังนั้น ถ้าเราจัดการกับข้อเสีย

heartfeltgrace 23:13
23:16

ซึ่งจริงๆก็คือกัมมันตรังสี

heartfeltgrace 23:16
23:19

ต้นทุนทรัพยากรแฝงและต้นทุนราคา ศักยภาพ

heartfeltgrace 23:19
23:21

ในเชิงผลกระทบต่อพื้นดินและอะไรต่างๆ

heartfeltgrace 23:21
23:25

ก็ถือว่าเกือบจะเป็นหมวดหมู่หนึ่งในตัวมันเองอยู่แล้วครับ

heartfeltgrace 23:25
23:29

คริส: ถ้าผลไม่ออกมาอย่างที่เราคิด แล้วจะเป็นไงต่อครับ?

heartfeltgrace 23:29
23:33

เราต้องมาเริ่มมาตรการฉุกเฉินกันเลยหรือเปล่า

heartfeltgrace 23:33
23:36

เืพื่อจะรักษาอุณหูมิของโลกให้เสถียร

heartfeltgrace 23:36
23:38

บิลล์: ถ้าเกิดสถานการณ์แบบนั้น

heartfeltgrace 23:38
23:43

จะคล้ายกับเรากินมากเกินไปจนแทบจะหัวใจวาย

heartfeltgrace 23:43
23:47

ถ้าเป็นแบบนั้น เราจะไปไหนล่ะ? เราอาจจะต้องผ่าตัดหัวใจหรืออะไรทำนองนั้น

heartfeltgrace 23:47
23:51

ได้มีการทำิวิจัยในด้านที่เรียกกันว่า ภูมิวิศวกรรม (geo-engineering)

heartfeltgrace 23:51
23:54

ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคต่างๆที่จะชะลอภาวะโลกร้อน

heartfeltgrace 23:54
23:57

ไปข้างหน้า 20 หรือ 30 ปีพอให้เรามีเวลามาช่วยกันทำอย่างอื่นได้ทัน

heartfeltgrace 23:57
23:59

แต่มันก็เป็นแค่นโยบายประกันภัยหนะครับ

heartfeltgrace 23:59
24:01

หวังว่าเราจะไม่ต้องทำแบบนั้น

heartfeltgrace 24:01
24:03

บางคนบอกว่าเราไม่ควรแม้แต่จะมีนโยบายประกันภัย

heartfeltgrace 24:03
24:05

เพราะมันทำให้เราเฉื่อยแฉะ

heartfeltgrace 24:05
24:09

ที่เรากินกันไม่บันยะบันยังก็เพราะเรารู้ว่าการผ่าตัดหัวใจสามารถรักษาเราได้

heartfeltgrace 24:09
24:12

ผมไม่ค่อยแน่ใจว่านั่นเป็นวิธีที่ฉลาด ถ้าวัดกันที่ความสำคัญของปัญหา

heartfeltgrace 24:12
24:16

แต่เดี๋ยวนี้เขาก็มีการพูดกันถึงภูมิวิศวกรรม

heartfeltgrace 24:16
24:20

ทำนองว่า ควรเป็นตัวเลือกสำรองไว้เผื่อสถานการณ์เลวร้ายเร็วกว่าที่คิด

heartfeltgrace 24:20
24:23

หรือถ้าหากนวัตกรรมนี้ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้เยอะ

heartfeltgrace 24:25
24:30

คริส: คนที่ยังแคลงใจเกี่ยวกับโลกร้อน ถ้าคุณพูดกับพวกเขาได้ประโยคสองประโยค

heartfeltgrace 24:30
24:34

คุณจะโน้มน้าวยังไงให้พวกเขายอมรับว่าพวกเขาเข้าใจผิด

heartfeltgrace 24:35
24:39

บิลล์: อืม โชคร้ายที่ว่าคนที่แคลงใจเกี่ยวกับโลกร้อนมีหลายกลุ่มหลายพวก

heartfeltgrace 24:39
24:43

พวกที่ถกกันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มีอยู่น้อยมากครับ

heartfeltgrace 24:43
24:46

พวกเขาบอกด้วยหรือเปล่าว่ามีผลกระทบย้อนกลับแบบถดถอย

heartfeltgrace 24:46
24:48

ที่เกี่ยวกับกลุ่มก้อนเมฆที่ไปชดเชยความร้อน?

heartfeltgrace 24:48
24:51

มีอะไรน้อยมากๆที่พวกเขาหยิบยกมาพูดได้

heartfeltgrace 24:51
24:54

แล้วอะไรพวกนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ของนู่นนี่เยอะแยะมากมาย

heartfeltgrace 24:54
24:57

ปัญหาหลักที่เรามีอยู่ตอนนี้จะคล้ายกับกรณีของโรคเอดส์

heartfeltgrace 24:57
25:01

ถ้าเราทำผิดพลาดตอนนี้ เราต้องชดใช้ในภายหลังมากมาย

heartfeltgrace 25:01
25:05

ดังนั้น เมื่อเรามีปัญหาจำเป็นเร่งด่วนทุกรูปแบบ

heartfeltgrace 25:05
25:08

แนวคิดว่ารับความเจ็บปวดตอนนี้ที่จะได้กลับมาเป็นสิ่งที่ดีกว่าในภายหลัง

heartfeltgrace 25:08
25:11

กับอะไรที่เป็นความเจ็บปวดที่ไม่แน่ไม่นอน

heartfeltgrace 25:11
25:17

อันที่จริงแล้ว จากรายงานของไอพีซีซี (IPCC) นั่นก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด

heartfeltgrace 25:17
25:19

มีคนจากประเทศที่ร่ำรวยแล้วที่ดูรายงานของไอพีซีซี

heartfeltgrace 25:19
25:23

แล้วบอกว่า ก็หยวนๆนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร

heartfeltgrace 25:23
25:27

ความเป็นจริงก็คือ มันมีส่วนที่ไม่แน่นอนร่วมอยู่ด้วยที่ควรจะผลักดันพวกเราไปทางนี้

heartfeltgrace 25:27
25:30

แต่ความฝันของผมก็คือว่า เราทำได้แบบคุ้มทุนด้วย

heartfeltgrace 25:30
25:32

และก็อยู่ในขีดจำกัดของการปล่อย CO2 ด้วย

heartfeltgrace 25:32
25:34

พวกที่แคลงใจเรื่องโลกร้อนก็จะบอกอีกว่า ก็โอเค

heartfeltgrace 25:34
25:36

ฉันไม่สนใจหรอกว่ามันจะไม่ปล่อย CO2

heartfeltgrace 25:36
25:38

ฉันติดจะหวังด้วยซ้ำว่ามันจะปล่อย CO2

heartfeltgrace 25:38
25:42

แต่ฉันว่าฉันก็พอจะยอมรับได้นะเพราะว่ามันถูกกว่าอะไรที่มีมาก่อน

heartfeltgrace 25:42
25:46

(เสียงปรบมือ)

heartfeltgrace 25:46
25:50

คริส: ถ้างั้น คุณจะมีข้อโต้ตอบยังไงกับคำแถลงของบิจอร์น ลอมบอร์ก (Bjorn Lomborg)

heartfeltgrace 25:50
25:54

ที่ว่า โดยแท้จริงแล้วถ้าเราใช้พลังงานทั้งหมดเพื่อพยายามแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ CO2

heartfeltgrace 25:54
25:56

ก็จะทำให้เราูสูญเสียเป้าหมายอื่นๆทั้งหมด

heartfeltgrace 25:56
25:59

ที่เราพยายามแก้ไขให้โลกหมดไปจากปัญหาความยากจน มาลาเรีย และอื่นๆ

heartfeltgrace 25:59
26:03

(และที่ว่า) นับเป็นความสูญเสียทรัพยากรโลกอย่างไม่ชาญฉลาดเลยที่จะใช้เงินไปในทางนั้น

heartfeltgrace 26:03
26:05

ในเมื่อเราใช้ทำให้สิ่งอื่นที่ดีกว่าได้

heartfeltgrace 26:05
26:08

บิลล์: งบประมาณวิจัยพัฒนาจริงๆแล้ว

heartfeltgrace 26:08
26:12

เอาว่าสหรัฐอเมริกาควรจะเพิ่มงบมากกว่าที่ใช้อยู่ตอนนี้อีกหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

heartfeltgrace 26:12
26:14

นี่ไม่ใช่อะไรที่มากเกินไปนะครับ

heartfeltgrace 26:14
26:16

แล้วก็ไม่ใช่อะไรที่ควรไปเอามาจากส่วนอื่นด้วย

heartfeltgrace 26:16
26:19

พอเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบสูงมากๆ แล้วก็นี่ คนที่เขามีเหตุมีผลอาจจะไม่เห็นด้วย

heartfeltgrace 26:19
26:22

ก็เมื่อเป็นเรื่องที่ทำแล้วไม่คุ้มทุนแล้วเราก็ยังพยายามลงทุนทำอีก

heartfeltgrace 26:22
26:25

สำหรับผม แบบนั้นแทบจะเรียกว่าสูญเปล่า

heartfeltgrace 26:25
26:28

ยกเว้นว่าเราอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วเราก็ลงทุนให้เกิดการเรียนรู้ตรงนั้นพอดี

heartfeltgrace 26:28
26:30

ซึ่งในที่สุดก็จะกลายเป็นว่าต้นทุนถูกมาก

heartfeltgrace 26:30
26:34

ผมเชื่อนะครับว่าเราควรจะลองหลายๆอย่างที่มีศักยภาพ

heartfeltgrace 26:34
26:36

ที่จะมีราคา่ถูกลงไปกว่ามาก

heartfeltgrace 26:36
26:41

ถ้าสิ่งที่เราต้องแลกมาเป็นแบบว่า มาผลิตพลังงานให้ราคาแพงสุดๆกันเถอะ

heartfeltgrace 26:41
26:43

ถึงงั้น คนมีฐานะก็จ่ายได้อยู่ดี

heartfeltgrace 26:43
26:46

ผมว่า พวกเราทั้งหมดที่นี่สามารถจ่ายค่าพลังงานได้มากกว่านี้ได้อีก 5 เท่า

heartfeltgrace 26:46
26:48

โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบชีวิต

heartfeltgrace 26:48
26:50

หายนะจะไปตกกับคนอีกสองพันล้านคนโน่น

heartfeltgrace 26:50
26:52

และแม้แต่ ลอมบอร์ก ก็เปลี่ยน

heartfeltgrace 26:52
26:57

จุดยืนของเขาตอนนี้จะเป็นว่า ทำไมถึงไม่ถกประเด็นวิจัยและพัฒนาให้มากกว่านี้

heartfeltgrace 26:57
26:59

แต่เขายังคง เพราะคำแถลงก่อนหน้านี้ของเขา

heartfeltgrace 26:59
27:01

เขายังคงเกี่ยวดองกับพวกที่แคลงใจเรื่องโลกร้อน

heartfeltgrace 27:01
27:04

แต่เขาได้ตระหนักแล้วว่าเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างโดดเดี่ยว

heartfeltgrace 27:04
27:07

ดังนั้น เขาก็เลยยกประเด็นเรื่องวิจัยและพัฒนาขึ้นมา

heartfeltgrace 27:07
27:12

เพราะฉะนั้น มีหัวข้อที่ผมคิดว่ามีความเหมาะสม

heartfeltgrace 27:12
27:15

ก็คือการวิัจัยและพัฒนา เป็นเรื่องไม่เข้าท่าเลยที่งบสนับสนุนช่างน้อยแสนน้อย

heartfeltgrace 27:15
27:18

คริส: โอเคครับคุณบิลล์ ผมเดาว่าผมพูดแทนท่านผู้ฟังที่นี่

heartfeltgrace 27:18
27:21

ผมจะบอกว่า ผมหวังจริงๆครับว่าความประสงค์ของคุณจะเป็นความจริง ขอบคุณมากครับ

heartfeltgrace 27:21
27:23

บิลล์: ขอบคุณครับ

heartfeltgrace 27:23
27:26

(เสียงปรบมือ)