Watch videos with subtitles in your language, upload your videos, create your own subtitles! Click here to learn more on "how to Dotsub"

Opening Keynote Presentation The Player's Journey

0 (0 Likes / 0 Dislikes)
ขอบคุณ .. ชั้นไม่แน่ใจว่าชั้นควร ยืนตรงไหน แต่คิดว่าคุณควรมาใกล้ๆตรงนี้ จะได้เห็นสไลด์ของชั้น โอเค ชั้นว่าชั้นจะยืนตรงนี้นะ มันดีมากเลยที่ได้มาอยู่ตรงนี้ เป็นเกียรติจริงๆ และชั้นต้องการที่จะแชร์พวกคุณเกี่ยวกับสิ่งที่ชั้นเห็นว่า มันใกล้ตัวแล้วกำลังเข้าใกล้เรามากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการเกมมิ่ง ดังนั้นเรามาเริ่มกันที่ definition ว่า เกม คืออะไร .. ความจริงมันเป็น คำที่คลาสสิกที่ถูกเอามาจาก หนังสือชื่อ "Rules of play" เป็นเล่มแรกๆในหนังสือเกี่ยวกับ เกมดีไซน์ ที่เขียนโดย Eric Zimmerman และ Katie Salen .. ระบบการเล่นผู้เล่นได้มีส่วนรวมใน Artificial Conflict ที่มีกฎเกณฑ์ต่างๆ ส่งผลให้เกิดผลลัพท์ ที่ quantifiable .. ครั้งแรกที่ชั้นได้ เริ่มทำงานในอุตสหกรรมเกมในช่วง กลางๆยุค 90s .. นี่เป็น definition ที่ได้ถูกยอมรับในทางที่ดี และชั้นก็ได้ทำงาน โดยยึดหลัก definition นี้กับโปรเจคต่างๆ ที่ชั้นได้ทำงานกับมัน .. แต่ชั้นกลับฉุกคิดได้ว่า ความจริงแล้ว definition นี้เป็น definition ที่ดีที่จะพูดถึง Zero-sum gaming .. ดังนั้นสำหรับ คนที่ไม่คุ้นเคยกับเกม ทฤษฎี Zero-sum gaming เป็นหนึ่งใน ประเภทของเกม ที่ผู้เล่นหรือ คู่ต่อสู้จะถูกกำหนดโดยหลักการ I win, You lose. ตัวอย่างเช่น ระบบการสู้ตัวต่อตัวแบบ การจำลองสงคราม, หมากรุก, โปโล การแข่งขันต่างๆที่มีการให้ระดับ แบบ โอลิมปิค หรือแม้กระทั้งกับเด็กๆ เช่น การแข่งขันในโรงเรียน และ เกมการพนัน เกือบทั้งหมด .. - นั่นคือ Zero-Sum gaming .. แต่ในอาชีพที่ชั้นทำ ชั้นได้โอกาสที่วิเศษ ที่ได้ร่วมงานกับเกมส์เช่น "The Sins" ที่มันท้าทาย definition นั้น โดยการที่มันไม่เข้าข่ายกับ definition นั้นๆ จากจุดนั้น เราก็ได้เกมที่ เป็นหนึ่งในเกมส์ที่อยู่ใน top grossing PC franchises of all time และยังไม่ได้เข้าข่าย definition นั้นอีกต่างหาก อย่าง rock band ก็ไม่เข้าข่าย อย่าง MIT ก็ไม่เข้าข่าย อย่าง MINECRAFT ก็ไม่เข้าข่าย ชั้นก็เลยเจาะลึกลงไปเรื่อยๆและเรียนรู้เพิ่ม ชั้นก็คิดได้ว่า เกมส์เหล่านี้มันเป็นมากกว่า คือ non Zero-Sum เกมส์ เกมส์เหล่านี้หล่ะ ที่ผู้เล่นไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นศัตรูและเป็นพาร์ทเนอร์ ที่เขาเหล่านั้นต้องชนะเกมส์ไปด้วยกัน และแน่นอน แพ้ไปด้วยกัน ตัวอย่างในความเป็นจริง ที่เราเห็นๆกันเช่น Double-Dutch, Pictionary เป็น เป็นตัวอย่างที่ดี .. Karate ก็เป็น เกมกีฬาที่ผู้แข่งขันจะช่วยกัน เพื่อที่จะเดินหน้าหรือไต่อันดับไปด้วยกัน หรือ Charity Walk ซึ่ง มันไม่ใช่เกมนะ แต่มีองค์ประกอบ ของเกมอยู่ จากประสบการณ์ของชั้น เกม์มันจะมีกฎและเป้าหมายอยู่ และมันสนุกที่ได้เล่นมัน แต่ ทำไมเราควรที่จะให้ความสำคัญ... ในการบอกได้ถึงความแตกต่างระหว่าง Zero-sum กับ Non Zero-Sum gaming เหตุผลและสิ่งที่ชั้นอยากสื่อสารไปถึงคุณก็คือว่า มันคือ Large Scale Trends ที่ กำลังเปลี่ยนอุตสหกรรมเกมมิ่งไปจากเดิม Trend แรกก็คือเรื่องของ เครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่ทุกหนแห่งอย่าง มือถือ iPads โน้ตบุ้ค กำลังแย่งสัดส่วนของตลาด console ซึ่งมาจากวิถีที่ผู้ใช้งาน ... บริโภค entertainment content ซึ่ง รวมเกมส์ด้วยเปลี่ยนไป .. และนี่คือกราฟสถิติบางส่วน จาก didja capital global และ สิ่งที่คุณกำลังมองอยู่ คือ punchline ของสิ่งที่ชั้นพูดถึง ที่ console gaming มันแบนราบไป แล้วกำลังตกลง และการเติบโตของ growth area ทั้งหมด จะอยู่กับ mobile และ online pc games Trend ที่สอง ในอุตหกรรมเกมมิ่ง ก็คือเรื่องของผู้บริโภค เพราะตอนนี้เราได้เห็นถึง mainstream ที่ผู้บริโภค มีอยู่ในทุกช่วงอายุ ที่สามารถเข้าถึงได้เชิงการตลาด มันไม่ใช่โลกของผู้ชายอายุ 18 ถึง 24 อีกต่อไป และแน่นอน มันแสดงให้ถึงการเคลื่อนตัวออกมาจาก concole ด้วย คุณรู้หรือไม่ว่า Demographic ที่ โตเร็วที่สุดของ Facebook นั้นคือ woman ช่วงอายุ 55 และขึ้นไป? ผู้บริโภคเหล่านี้ กำลังปรับตัวเข้าหา Online และ พวกเขามีกำลังทรัพย์พร้อมที่จะใช้ได้ทุกเมื่อ และแน่นอนคือเขามีเวลาว่างในมือพวกเขาอีก มันการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาที่แสดงให้เห็นว่า 93% ของประชากรเด็กๆ 8-13 นั้น เล่นเกมส์ออนไลน์ ดังนั้นตลาดเกมส์ที่เราเข้าถึงได้กำลังเปลี่ยนไป อย่างสิ้นเชิง … และบริษัททำเกมส์รุ่นเก๋า ที่ชินกับการทำงานใน โลกที่มีแต่ ผู้ชายส่วนใญ่ และ console กำลังเลิกกิจการ เช่น THQ หรือ บางจ้าวกำลังที่ปรับตัว เพื่อที่จะดีลกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ Trend ที่สาม คือสิ่งที่ชั้นเรียกว่า Mutural Entertainment หรือ UGC ซึ่งมันเป็นรูปแบบของ ความเปลี่ยนแปลงของ content เกมส์แต่เดิมนั้นจะสร้างประสบการณ์ ที่จะให้ผู้เล่นนั้นได้รับ new content หรือ update แต่สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ขณะนี้คือ การเติบโตที่สูงขึ้นของ Social media เช่น Blogging, Facebook, Twitter และ Snapchat โอเค สิ่งเหล่านี้มัน กินเวลาของผู้บริโภคที่เขา จะใช้มันกับ leisure time ... ที่เขามีอยู่กับ entertainment และมันกำลังกินเวลา มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยประสบการณ์ของ social media ที่มันเป็นประสบการณ์ที่คนจะ entertain กันเองด้วย content ของ พวกเขาเอง ดังนั้นสิ่งนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย และเราก็มีสถิติจาก Nielsen ที่ทำให้ชั้นทึ่งมากๆ.. เมื่อชั้นได้เห็นมัน คุณจะเห็นได้ว่า ปริมานเวลาที่คนใช้มากกว่าสิ่งใด คือ social networking และ blogging dwarfs ซึ่งหมายความว่า จำนวนชั่วโมงที่ถูกใช้ มันถูกใช้กับสิ่งนี้มากขึ้น อุตสาหกรรมเกมมิ่งตอนนี้กำลังเปลี่ยนแปลง และกำลังครุ่นคิดกันอย่างหนัก เพื่อที่จะได้ 'เวลา' เหล่านั้นกลับมา เราจะทำยังไงที่จะผนวก social media เข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้จึงเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัว แต่ก็เป็นโอกาสก้อนใหญ่เหลือเกิน สิ่งที่ชั้นกำลังมองหาคือ Blue Ocean พวกคุณที่ไม่มีความคุ้นชินกับศัพท์นี้ มันเป็นศัพท์ทางธุรกิจ Red ocean ก็คือ common area เช่นตอนนี้ mobile gaming และ app store ก็คือ red ocean ซึ่งมันเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดมากๆ - Blue Ocean จริงๆ ก็คือ บริเวณที่คนไม่ได้มองเลย เป็นที่ที่มี โอกาส อยู่มากมาย เป็นที่ที่มีคนที่จะ Innovate และ สร้างอะไรที่แตกต่าง ในแง่ประสบการณ์ .. ดังนั้น Blue ocean สำหรับเราที่อยู่ในวงการเกมมิ่ง ในส่วนของ gamification ที่ อยู่รอบๆ เกมมิ่งนั้น เราต้องคิดที่จะหาทาง หรือ มองมันก่อน สิ่งแรกที่เราควรทำคือ มองไปที่โปรเจคที่กำลังทำอยู่ ถามตัวเองว่า ผู้เล่นของคุณนั้น .. จะ accomplish อะไรร่วมกันได้บ้าง ชั้นจะแชร์ กฎ 7 ข้อ สำหรับ co-op game design กฎเหล่านี้มาจาก ประสบการณ์ตรงของชั้นเองที่ได้ทำ co-op โปรเจค ทั้งที่เป็น gaming และไม่ใช่ gaming และมันมาจากการสังเกตุสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับอุตสหกรรมเกมมิ่ง กฎเหล่านี้ไม่ได้จะมาบอกคุณว่า คุณต้องทำตามแบบนี้เท่านั้น แต่มันเป็น สิ่งที่ช่วยกระตุ้น เป็นคำถามที่ คุณต้องถามตัวเองเมื่อคุณกำลังจะเริ่มโปรโจค เพื่อที่จะเห็นว่า ถ้าคุณสามารถเข้าไป ที่ Blue Ocean ได้และทำอะไรแปลกใหม่ สิ่งแรกคือ set up เกมส์ของคุณ และ gamification ที่ผู้เล่น จะแข่งขันกับระบบ ไม่ใช่แข่งขันกับ ผู้เล่นอื่น สิ่งนี้จะถูกเรียกว่า PvE Plater versus Environment และนี่คือตัวอย่าง เรามาดู kickstarter Kickstarter เป็น crowdfunding site Campaign ที่มีอยู่ใน kickstarter นั้น เป็น mini co-op เกม ใช่แล้ว มันมีเรื่องของเวลาและ win-lose ด้วย Kickstarter นั้นจะผลักดันเรื่องความ urgency และ focus คนใน Kickstarter ไม่ได้ แข่งขันกันเอง แต่รวมตัวกันเพื่อ แข่งขัน กับระบบ เช่น MINECRAFT มีใครได้เล่น MINECRAFT บ้าง มันเป็นเกมส์ที่เป็นปรากฎการณ์ที่ยอดเยี่ยม ถ้าคุณมองไปที่ MINECRAFT เกมนี้เป็นเกมที่ มีโหมดให้เล่นหลากหมาย เช่น sandbox mode ที่ คุณจะสร้างอะไรก็ได้ และส่วนใหญ่พร้อมกับเพื่อนๆของคุณ แต่เทคนิคที่สุดยอดมากคือ survival โหมด ซึ่งมันนับว่าเป็น onboarding experience ของเกมเลยทีเดียว ผู้เล่นนั้นต้องแข่งขันกับระบบ เพื่อที่จะมีชีวิตรอดช่วงเวลากลางคืน และไม่โดนมอนสเตอร์จับกิน Survival mode นั้นส่งเสริมให้ผู้เล่นเรียนรู้ ความสามารถ พื้นฐานและกลยุทธต่างๆ ในมุมนึงมันเป็น science game ที่กลุ่มผู้เล่นแก้ปริศนา อีกมุมนึงมันเป็น เกมทีให้ผู้เล่นได้แข่งขันกับระบบเพื่อ แก้ปัญหาหรือปริศนาต่างๆ เป็ยทีมๆ ซึ่งจะไม่ใช้คนๆเดียว แต่เป็นทีมที่ถูกสร้างขึ้นกันเอง - ในปี 2012 เราได้เห็น scientific breakthrough กับ เรื่อง HIV virus ที่นักวิทยาศาสตร์มากมายแก้ปัญหานี้ ไม่ได้มาเป็นสิบๆปี แต่ด้วยการรวมตัว เพื่อ accomplish บางอย่างที่ไม่สามารถทำได้ ด้วยตัวคนเดียว มันจึงเป็นไปได้ ดังนั้น นั่นคือกฎข้อแรก คือการมีเป้าหมายร่วมกัน และที่สำคัญก็คือก็มี outcome ร่วมกัน อีกเกมนึงคือ Portal 2 ใครได้เล่นเกมนี้บ้าง Portal 2 โอ้ ชั้นรักเกมนี้มากๆ เกมนี้ เป็นเกม co-op puzzle solving Portal 2 เป็น ตัวอย่างที่ดีมากๆ ที่ผู้สร้างเกมนั้น ไม่ให้คุณเล่นเกมนี้ได้ตัวคุณเองคนเดียว คุณจะดำเนินต่อไปได้นั้น คุณจะต้องแก้ puzzle ร่วมกันกับผู้อื่นโดนการทำงานร่วมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึง คุณมี shared goal และ shared outcome ในตอนจบของเกม ที่เราจะต้อง แก้ปริศนาร่วมกันเพื่อที่จะจบเกมได้ มุมนึง มันเป็นการสร้าง great documentary ถ้าคุณไปที่ youtuve และ search เกี่ยวกับมัน คุณจะเจอมันแน่นอน แล้วสิ่งที่คุณเห็นคือ gamepplay ที่เป็น cooperative mechanics มันไม่ได้เริ่มจากการ เป็น cooperative game แต่ มันเริ่มจากการจากการแข่งขันระหว่างผู้เล่น สิ่งที่ผู้เล่นได้พบเจอ ด้วยตัวพวกเขาเองคืออุปสรรคที่ยากมากๆ และไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวคนเดียวแน่ ดังนั้นพวกเขาก็สร้างกลุ่มขึ้นมา พวกเขารวมตัวกันนั่นเอง ซึ่งตัวเกมก็ตอบกลับ ผู้สร้างเกมตอบกลับด้วยการมอบโครงสร้างใหม่ๆที่ เหมาะสมกับการเล่นเป็นกลุ่มเป็นทีม ที่จะให้พวกเขาช่วยกันแก้ puzzle ร่วมกัน อีกมุมนึง คุณจะเห็นว่า คุณจะไม่ค่อยเห็น soloists (ผู้เล่นเดี่ยว) ในกระดาน top score มันเป็นเกมที่ให้คุณมอง co-op เป็นสิ่งจำเป็น ในการแก้อุปสรรคต่างๆในเกม เหมือนปัญหาที่ นักวิทยาศาสตร์กับ HIV ใน MINECRAFT นั้น ก็มี shared golden outcome แต่ก็ไม่ได้ถูกสร้างเข้าไปในรูปแปปเดียวกัน อย่าง mission system ถูกสร้างเข้าไปใน Call of Duty แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม Minecraft ก็เป็น one of the most influential platforms ที่เน้นไปที่ การสร้าง collaborations หนักๆก็ทาง education ที่เราเคยเห็นมา และสิ่งที่คุณได้ จาก Minecraft ก็คือ self-directed goals และ คุณก็มี shared outcome จากการสร้างสิ่งต่างๆร่วมกัน ระบบ Private Sever ก็ได้ถูกนำมาใช้ และเป็นสิ่งที่ให้ huge enable ให้กับ enablers ซึ่งก็คือผู้เล่น - คนสองคนได้ไปที่ youtube และเขาก็ได้เห็น สิ่งที่วิเศษที่สามารถสร้างได้ และเขาก็จะพูด ว้าว ชั้นสร้างคนเดียวไม่ได้แน่ ชั้นต้องสร้างทีมร่วมกับคนอื่น และนั่น ก็ทำให้เกิด emergent co-op behavior ความท้าทายมันอยู่ที่ การที่คุณได้เห็น การที่คุณได้ตอบรับความท้าทาย ที่ใหญ่หลวงมาก ที่คนคนเดียวทำไม่ได้ มันเป็นธีมที่ common อยู่แล้ว กฎของที่สามคือ Interdependent roles หรือจะเรียกว่า synergisitc roles สิ่งที่ชั้นได้เห็นมากๆใน implementation เชิง gamification ก็คือ ทุกคนนั้นทำในสิ่งเดียวกัน มันเหมือนแบบ มันมีสิ่งนึงที่ทำได้ และถ้าคุณทำมัน จะได้คะแนน และอาจจะมี leaderboard แต่ว่า ทุกคนนั้นทำในสิ่งเดียวกัน สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจเชิง co-op gameplay ก็คือ interdependent roles เช่น RPGs ซึ่งเป็น model ของ gamming ที่เราคุ้นเคย และเป็น สิ่งที่แสดงให้เห็นถึง interdependent roles หนึ่งใน RPG เกมส์ที่ชั้นชอบในหลายๆปีที่ผ่านมาก็คือ Castle Crasher มีใครได้เล่นเกมนี้บ้าง มีใครบ้างที่รักเกมนี้ เกมที่ชื่อว่า Castle Crasher มันเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆสำหรับ synergistic roles ที่ นำกลุ่มคนมารวมกัน Castle Crasher ได้เพิ่มมุขตลกและ unique art style เข้า ไปในความเป็น RPG แต่สำหรับ RPG มุขตลกหรือ jokes จะมีอยู่ตลอดและมันดีอย่างมีเหตุผล ตอนนี้ลองมองไปที่ rockband ที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน แต่มันเป็นมากกว่านั้น ตอนนี้คุณกำลังเห็นเกมนึงที่ มีเรื่อง synerfistic roles มันเป็นอีกเกมนึงก็มีผู้เล่นรวมทีมกันเพื่อทำอะไรซักอย่าง ที่พวกไม่สามารถทำคนเดียวได้ นั่นคือ การเล่นดนตรี แล้ว rockband นั้น สามารถดึงแรงบันดาลใจจากบทบาทในชีวิตจริง และการร่วมมือของแต่ละบทบาทในชีวิตจริง ลองนึกถึงอะไรที่มีความคล้ายกับการเล่นดนตรีที่ คนเห็นอยู่รอบๆตัวคุณ .. มันเป็นสถานที่ที่วิเศษสำหรับการดึงแรงบันดาลใจเพื่อ co-op .. นึกถึงการทำงานร่วมกันของ programmer และ artist และ designer นั่นแหล่ะคือ co-op game ข้อที่4 คือเรื่องของ co-op rituals และ social gestures สิ่งที่ชั้นพูดไว้เมื่อวานนี้ใน workshop ก็คือ เรื่องของ social action และ gestures ที่คุณสามารถ ทำได้ในแง่ UX เพื่อ สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ถ้าคุณสามารถสร้าง co-op gestures แล้วแสดงให้พวกเขาเห็น คุณกำลังบอกพวกเขาว่าที่นี่คือสถานที่ ที่หลายๆคนรวมกันทำงาน ถ้าคุณสามารถสร้าง gestures และ affordances ใน ภาษา UX .. แต่หาดคุณสร้าง gesture แบบ revenge crush taunt มันก็คงไม่ได้เป็น co-op ซักเท่าไหร่ มันก็ไม่เป็นอะไรนะ ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกำลังต้องการหรือตามหา แต่ชั้นจะให้ดูตัวเอง ของ co-op rituals และ social gestures ละกัน ใครบ้างในที่นี้เคยเล่น "Journey" มันเป็นสิ่งที่สวยงามและ มันยังเป็นเกมที่ very innovative สิ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับ เกมที่ชื่อ Journey นี้ก็คือเรื่อง co-op mechanics ที่มันลงลึก และ แตกต่าง ไปจากสิ่งที่คุณเคยพบเห็น สิ่งที่คุณจะได้เห็นคือ ถ้าคุณได้ทำความรู้จักกับผู้คน และสิ่งเดียวที่คุณทำได้ คือการตะโกนด้วยปุ่มๆหนึ่ง ถ้าคุณตะโกนใกล้ๆกับคนที่อยู่ใกล้เคียง คุณและเขาจะได้พลังที่เพิ่มขึ้น คุณไม่สามารถเพิ่มพลังได้ด้วยตัวคุณคนเดียว คุณสามารถหาสิ่งของต่างๆได้ โดยการ ร่วมกับหาเป็นทีม และการอยู่กับผู้อื่น ทำให้พวกคุณสามารถ recharge พลังของคุณได้ นี่คือ co-op gesture ... อีกตัวอย่างทีชั้นจะพูดถึงคือ Portal 2 นั่นก็คือการ dance, hug, tease และ high-five gestures ที่ตัวเกมจะมอบให้คุณเมื่อ คุณสามารถผ่าน puzzle ต่างๆร่วมกันภายในเกมได้ Physical gestures เหล่านี้สามารถสร้าง sense ของความผูกพันธ์โดยอนุญาติให้ผู้เล่น นั้นแสดงออกความสัมพันธ์โดยการแสดง ท่าทางที่พร้อมและเหมือนกัน ถ้าคุณไม่เคยเห็น ผู้คนเต้นไปพร้อมๆกันใน World of Warcraft หรือ ทำ Machinima ใน Youtube ที่ ที่เขาจะเต้นด้วยกันแล้ว สิ่งเหล่านั้นคือ coordinated gestures / co-op gestures ดังนั้นถ้าคุณกำลังสร้างสภาพแวดล้อม อะไรบางอย่างที่มี avatars ในนั้น หรือ representation ต่างๆ ... คิดถึงวิธีต่างๆ ที่สามาถให้ผู้เล่นของคุณนั้น coordinate gestures ของพวกเขาได้ และเคลื่อนตัวไปพร้อมๆกันจะ สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับ การเล่นแบบ co-op ข้อที่ 5 คือ การมี shared resources และ access หมายถึงถ้าคุณมี inventory มันอาจจะเป็นของคุณคนเดียว แต่ถ้าคุณสามารถอนุญาติให้ กลุ่มคน ที่พวกเขาเล่นด้วยกัน สามารถแชร์แบ่งปันสิ่งที่พวกเขามีอยู่ใน inventory คุณก็กำลังสร้างความรู้สึก co-op มันจะให้ความรู้สึกของ การทำงาน การเล่นด้วยกัน เหมือนกับ access ถ้าตัวเกมจะมีพื้นที่ level หรือ ห้องต่างๆ แม้กระทั่งบางส่วนของเวปไซด์ ที่ limited access จำกัดการเข้าถึง แต่ถ้าคุณอนุญาติให้เขาเข้าถึงแบบเป็นกลุ่ม หรือแบบ partnership นอกเหนือจากการ solo มันจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ สร้างความรู้สึก co-op Left4Dead มีใครในนี้ได้เล่นเกมนี้บ้าง ใช้แล้ว Left4Dead เป็นเกม co-op ที่ดีอีกเกมหนึ่ง และยังเป็นหนึ่งใน common tropes ที่คุณจะเห็นในเกมประเภท shooters ที่มี co-op สำหรับเกมเหล่านี้คือการเข้าทีมกัน เพื่อต่อสุ้ กับเหล่าซอมบี้ เอเลี่ยน นาซี ใครก็แล้วแต่ ที่คุณจะต้องต่อกรด้วยก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ Left4Dead ทำคือการผลักดัน co-op group cohesion การอยู่ด้วยกับเป็นกลุ่ม และ shared inventory ถ้าคุณมี first aid หรือ pain pills คุณสามรถ แบ่งปันพวกมันกับคน ที่เล่นอยู่กับคุณได้ ชั้นคิดว่านี่หล่ะ คือการร่วมกันเอาตัวรอด พวกเขามีวิธีที่น่าสนใจมาก เกี่ยวกับการทำ co-op ซึ่งแสดงให้เห็น ถึง behavior ต่างๆ ถ้าคนไม่สามารถแก้ปริศนา หรือผ่านอุปสรรคด้วยตัวของพวกเขาเองได้ ดังนั้นพวกเขาก็จะสร้างกลุ่มของพวกเขาขึ้นมา แล้วจัดทีมที่ มีบทบาท synergistic roles เช่น บางคน มีความสามารถโดดเด่นในบางอย่าง และอีกคนก็มีมีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน พวกเขาก็จะสร้าง streategies ขึ้นมา - สิ่งเหล่านี้ behavior เหล่านี้ มันเป็น ส่วนนึงของเกม … ที่นี้ชั้นจะให้คุณรู้จัก กับกลุ่มคนเหล่านี้ กลุ่มๆนี้ มีความสามารถในแก้ปัญหายากๆในเกม และตอนนี้พวกเขาได้สร้างเพจของกลุ่มอย่างเป็นทางการ บนเวปไซด์ คุณสามารถเข้าร่วมกับพวกเขาได้ แต่พวกเขาก็ค่อนข้างจุกจิดนะ พวกเขา จะเลือกเฉพาะเจาะจงเท่านั้น นี่คือการทำให้พวกเขาสามารถแชร์ strategies แชร์วิธีการ ถ้าใครสามารถคิดค้นวิธีได้ แบบ โอ้ ชั้นมันวิธีการแก้ปริศนานี้ที่ ชั้นคิดค้นขึ้นมาเองและมันใช้งานได้ พวกเขาจะให้คุณแชร์วิธีการของคุณลง ไปในสิ่งที่เรียกว่า the cookbook นั่นก็คือ shared book ที่รวบรวม streategies ที่ผู้เล่นคิดค้นขึ้นมา และการทำแบบนี้แหล่ะ ที่พวกเขาจะได้สร้างการ co-op แล้วพัฒนาต่อยอด co-op mechanic และการเล่น โดยการที่พวกเขาให้คนต่างๆมาที่เวปไซด์ของพวกเขานั่นเอง Minecraft นั้นก็มีการแชร์ private severs ที่อนุญาติให้ผู้เล่นสามารถให้คนเข้ามาร่วมเล่นใน sever ของเขา ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ unique มาก เพราะนอกเหนือจากการ shared inventory การแชร์ private severs เหล่านี้อนุญาติให้ ผู้เล่น customize ประสบการณ์ของพวกเขาเอง มีบาง sever ใน minecraft ที่จำลอง the hunger game mechanics มี severs หลากหลายที่สร้างและจำลองตามสิ่งต่างๆ และก็มีการสร้างกฎ การเล่นที่ไม่เหมือนกันตาม sever นั้นๆ ในแต่ sever นั้นๆจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ออกไป และผู้เล่นก็สามารถเล่นเกมนี้ ตามใจเขาได้ .. ข้อที่ 6 คือเรื่อง non-zero stat และ spotlights ชั้นกำลังหมายถึง ระบบที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึก ถึงการถูก recognize เมื่อทำการร่วมทีม แล้วผลักดันให้ความรู้สึกนั้นให้ส่งผลกับการอยู่ร่วมกันได้ดีขึ้น ตัวอย่างนึง อาจจะเป็น Nike+ ใครในนี้รู้จักหรือคุ้นเคยกับ Nike+ บ้าง? สิ่งที่ Nike+ ทำและชั้นก็ได้ใช้เวลาคิดเกี่ยวกับมันเป็นเวลา 1 ปี หลังจากที่ Nike+ ให้ทำ product ของเขาออกมา Nike+ นั้นโดยพื้นเพแล้วเป็น single player เกม ที่คุณอยากเล่น อยากวิ่ง มันจะให้ feedback กับคุณ เช่น progress ของ ผู้เล่นคนอื่นในเกมนี้ แต่อยู่มาวันนึง nike ก็บอกว่า โอเค เอา Wii มาใช้กับ nike+ ละกัน และแสดงให้ผู้เล่นดูว่าขั้นตอนต่างๆนั้น สำคัญในการสะสม XP เช่น ถ้าเราวิ่ง mini-labs เราจะเผาผลานไปกี่ pound และถ้าคุณมองไปที่ nike+ ของคุณ คุณจะเห็นสถิติสะสม สถิติเหล่าจะบอกคุณว่าคุณมีส่วนร่วมมากน้อยเท่าใด แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับคุณคนเดียวนะ แต่มันเกี่ยวกับทุกๆคนที่ร่วมกันทำ และนี่คือสิ่งที่ simple มากๆ และชั้นใช้มันเพราะว่าชั้นต้องการให้คุณ ได้เห็นว่า ถ้าคุณไม่ได้มีอะไรให้ทำมากนัก ลองนึกถึง วิธีการที่คุณ จะสร้าง sense นั้นๆ อย่างการที่เราใช้ stat ที่เรามี อย่างที่ nike+ ทำไป ใครในนี้รู้จักหรือคุ้นเคยกับ nobi nobi บ้าง มีเกมส์มากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบ เช่น คุณรู้จัก Cut tamari dharma? เห็นไหม? นี่เป็น follow-up จาก katamari แต่มันไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่มันควรจะเป็น มันแปลกๆ เหมือน calamri แต่มัน มี mechanic ที่น่าสนใจมาก อย่างสิ่งที่ เรียกว่า the worm ซึ่ง มันเป็น collaborative meta game ถ้าคุณมี worm ที่โต และ โต และ โต และ สิ่งที่พวกเขาทำคือการเก็บข้อมูล state จากทุกคนในเกม และบอกว่าข้อมูลที่เก็บมาจากทุกคนนั้น ทำให้ worm ตัวนี้ เติบโต แล้วบนเวปไซด์ที่ผู้เล่นทุกคนจะเข้ามา อ่าน เวปไซด์จะบอกให้รู้ว่า ตอนนี้ worm ได้ ไปถึง the moon แล้ว worm ตัวนี้ได้มีความยาว ไปถึงดวงจันทร์เลยทีเดียว เล่นต่อไปสิ พา worm ตัวนี้ไป Mars เลย เล่นต่อไป ลองไปให้ถึง Jupiter เลยไหม ถ้าอยากไป Jupiter พวกเขาก็จะ map in-game hours ที่ถูกใช้ กับระยะความยาวที่ได้ ที่จะยาวพอที่จะเลย ระบบ solar system ไปเลย และการที่พวกเขาสร้าง collaborative meta game ที่มี group goals มากกว่าที่จะเป็น individual goals ข้อที่ 7 คือ การมี strategies บางอย่างสำหรับเรื่อง UGC มันมาจาก User Generated Content จะทำไปทำไมหล่ะ? เพราะมันเชื่องโยงกับ trends ที่ชั้นไปกล่าวไปเบื้องต้น เทรนอย่างนึงคือ Content Disruption ผู้คน entertain กันเอง ด้วยการทำ user generated content และมัน disrupt อุตสหกรรมเกมมิ่งจริงๆ มีสิ่งหนึ่งที่ชั้นได้เห็นว่าในหมู่ เกมที่ประสบความสำเร็จนั้น พวกเขาไม่ พยายามที่จะต่อต้าน trend นี้ แต่กลับ embrace มัน และคิดถึงเรื่องการ involve ผู้บริโภค และการสร้าง fresh content นี่หล่ะมัน คือสำคัญมากๆ เพราะ บทบาทที่ fresh content นั้นมีคือ ความยั่งยืนของ engagement พวกคุณที่ได้เข้า workshop ชั้นเมื่อวานนี้จะรู้เกี่ยวกับ techniques ต่างๆ ที่จะ drive sustained engagement และ 1 ในกุญแจสำคัญคือ การสร้าง model re-engagement loop ที่ สามารถตอบคำถามว่า ทำไมคนถึงจะกลับมา เล่นเกมคุณหลังจากที่ได้เล่น ไปนิดหน่อย? อะไรที่ทำให้พวกเขากลับมา มากที่สุด บ่อยที่สุด สิ่งแรกที่ relationship กับผู้เล่นคนอื่น แต่ก็มีเรื่องของ fresh content อย่าง มีอะไรใหม่ ลองเข้าไปดูสิ่งใหม่ๆดูดีกว่า นี่คือเหตุผล ที่เราเข้าไปที่ Facebook, Instagram และ Twitter เพื่อที่จะเห็นสิ่งเหล่านี้ - สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับ UGC คือ การสร้างความรู้ของ co-op ชั้นจะให้ตัวอย่างเช่น minecraft ซึ่งเป็นเกมที่ มี UGC เหมือนกับเป็นกฎของมันเลยก็ว่าได้ แต่มันก็อาจจะเป็นแต่สิ่งก่อสร้างที่พวกเขาสร้าง ด้วยบลอคต่างๆ แต่ minecraft นั้น ตั้งแต่เริ่มต้นจะมี เหมืองแร่ที่ อุดมสมบูรณ์ และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไม มันมี hunger's game sever เพราะว่า การ modding ที่ทำให้เกิดมุมมองว่าสิ่งนี้ควรมีรูปร่างยังไง และมันก็ทำให้ expert player สามารถต่อยอดตัวเกม คุณลองนึกถึงพวกเกม Elder สำหรับผู้เล่นที่เป็น beginners ที่จะ เรียนรู้เกี่ยวกับ minecraft เรียนรู้ how to survive เรียนรู้การสร้างในรูปแบบต่างๆใน creative mode มันดีทุกอย่างเลย แต่หลังจากที่คุณรู้สึกเก่งมากๆแล้ว มันมีอะไรใหม่ๆให้ทำอีกไหม มีอะไรทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆอีกหรือเปล่า สิ่งที่คุณสามารถทำได้ ถ้าคุณเป็น expert เท่านั้น คำตอบก็คือการทำ mods ที่มันต่อยอดทั้งตัวเกม minecraft และความสามารถที่จะมี replayability และรักษาผู้เล่นไว้ ให้กลับมาเล่นอีกได้ มองกลับมาที่ Team Fortress 2 มีใครได้เล่นเกมนี้บ้าง TF2 เป็นเกมที่วิเศษ สิ่งหนึ่งที่เจ๋งมากๆเกี่ยวกับเกมนี้ คือเรื่อง UGC HATS ที่ทุกคนรักมัน ชอบที่จะมีหมวกใหม่ๆ ดังนั้น TF2 ที่ถูกสร้างโดย Valve เริ่มต้นด้วยการที่มีหมวกแบบต่างๆ แต่มันเพิ่มขึ้นโดย การมี UGC และพวกเขาก็เชิญ ผู้เล่นมาสร้างหมวกพวกนี้ และใส่มันเข้าไปในเกม และไม่ใช่เท่านั้น เพราะว่ามันได้เปลี่ยนตัวเกมเป็น free-to-play microtransaction model ก่อนหน้านี้ มันไม่ได้คิดว่าจะเริ่มที่จุดนี้ แต่มันก็เป็นไปในทิศทางนี้ซะอย่างนั้น micro transaction เหล่านั้นที่ผู้เล่น สามารถซื้อสิ่งของต่างๆในเกม ด้วยเงินจริงก็ถูกผนวกเข้าหาผู้เล่น ปีที่แล้ว Valve ก็ให้พูดคุย ที่ GDC เป็นที่ที่พวกเขาประกาศว่า ผู้เล่นที่สามารถ upload และสร้างหมวกหรือสิ่งของต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นหมวกนะ ทำให้เกมนี้สามารถสะสม รายได้รวมที่ $3,000,000 เลยทีเดียว นี่เป็นอีกทางหนึ่งที่ดี ที่รักษาผู้เล่นไว้ โดยการให้พวกเขาสร้างหมวกและอัพโหลดมันเข้าไปในเกม เพื่อที่มันจะเป็น skin ให้พวกเขาได้ใช้งานจริงๆ นี่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไม TF2 นั้นประสบความสำเร็จและยังคงอยู่ตอนนี้ และมันสามารถ sustained engagement กับผู้เล่น ชั้นได้พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า cookbook มันก็มีความคล้ายกันนะ มันสามารถต่อยอดเรื่องของ gameplay พวกเข้าไม่ได้ให้ผู้เล่น มาสร้าง potrain folding puzzle เพราะว่ามีเป็นหน้าที่ของ scientist ที่ควรจะทำมัน - หลังจากที่ตัวเกมนั้นได้มี fur shipped สิ่งเป็นการตอบกลับ emergent bevaiour ของผู้เล่น ที่ให้ต่อยอดในสิ่งที่พวกเขาเรียกมันว่า cookbook มันเต็มไปด้วย recipres ที่ แน่นไปด้วยพื้นฐานขอการทำ protein folding หลังจากพวกเขาก็ได้ทำการทดลอง สิ่งเหล่าที่ และใส่มันลงไปบน reading system ที่สามารถให้ผู้เล่นที่ได้มาลอง นั้นได้เอ่ยว่า ว้าว! มันใช้งานได้จริงๆ หรือ มันแย่มาก! คุณไม่รู้ว่าคุณทำอะไรอยู่นี่นา และมันเป็นส่วนสำคัญ ใน overall system สิ่งที่มีคือ การ maintaining engagement และเติบโตต่อไป โดนที่ไม่ต้องสร้าง content เองทั้งหมด แต่ให้ผู้เล่นต่อยอด โลกของตัวเกมนั้นออกไปเอง ซึ่งมันก็จะรวมถึง recipes พวกคุณที่เป็น practitioner คนที่กำลังสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับลูกค้า ชั้นต้องการที่จะสรุปให้ว่า สิ่งที่ต้อง do แล้ว สิ่งที่ don't เอิ่ม นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนพูดนะ แต่สำหรับชั้น สิ่งที่ควรจะทำจริงๆ ... คือสิ่งเหล่านี้ มันเป็น hesristic มัน ไม่ใช่ absolute rules ที่คนจะต้องทำตาม เพื่อสร้าง co-op environment ที่ผู้คน ร่วมกลุ่มกันเพื่อทำอะไรซักอย่างที่พวกเขาทำเองไม่ได้ ลองแบบนี้สิ นึกถึง co-op เป็นสิ่งแรก แล้วลองดูว่ามันเป็นยังไง ลองสร้าง competition system แบบ PvE ไหม TBE แปลว่า Team vs. Environment ไหม ลองอยู่ห่างๆ พวก individual ranking และ PvP เพราะพวกนั้นเป็น hallmark ของ zero-sum เกมมิ่ง ลองสร้าง shared goal ที่ชัดเจนแบบ .. เกม Left4Dead ไหม? หรือมันจะ เป็น shared goal ที่ชัดเจนเมือนกับ minecraft ที่คุณสามารถไปบน youtube แล้วรู้สึกว้าวแล้วอยากสร้างเมืองใหญ่ เหมือนเขาบ้าง คุณจะร่วมมือกับใครได้บ้าง ถึงอย่างนั้น individual goals ก็อาจจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ชั้นไม่ได้หมายความว่า ไม่ควรมี individual goals เลยนะ เพราะว่า มันก็สามารถมี ความสำคัญในส่วนของมันเหมือนกัน อย่างใส่มันเข้าไปใน main story ถ้าคุณต้องการที่จะสร้าง co-op environment คุณสามารถมีมันได้ เป็นแบบ ส่วนเล็กๆในเนื้อเรื่อง แต่ เนื้อเรื่องหลักควรจะเป็น shared goal ที่ ผลักดัน group cohesion และ identity และในการทำ interdependent roles ลองมองว่ามันพอจะมีวิธีไหม แม้มันจะออกมาดู very simple แต่ interdependent roles นั้นเป็น ส่วนที่ powerful ... ชั้นได้ทำ co-op เกมกับ Crowdstar ปีที่แล้ว เรียกว่า 'Covet Fashion' และพวกเขาจ้างชั้นให้ไปทำ Co-op บ่อยครั้งที่พวกเราติดขัดในการคิด ด้วยความที่มันมีข้อจำกัดต่างๆนาๆ เกี่ยวกับ สิ่งที่พวกเขากำลังทำ และ revenue model ... พวกเราคิดว่าจะทำยังไงดี สิ่งที่พวกเราได้คิดออกมา มาจาก real-world experiences และเราก็ได้เคาะออกมาในแง่ ที่การที่คนเราแต่งตัวร่วมกัน แบบแต่งไปปาร์ตี้ และคนนึงก็เลือก outfit นึง และถามอีกคนว่า ควรเลือกเครื่องประดับยังไง และ จะมีผู้หญิงกี่คนในนี้เคยทำแบบนั้น กับเพือน หรือคนในครอบครัว พ่อ แม่ น้องสาว ไม่มากนะ .. โอเค ทุกคนน่าจะ เอิ่ม ผู้ชายละกัน ผู้ชายอาจจะมีทำ แบบนั้นบ้าง มันเป็น simple example ที่ มาจาก beaviour ที่มี อยู่แล้ว และแปลมันใส่เข้าไปใน co-op play experience และ ผู้บริโภคบอกเราว่าพวกเขา ชอบมัน และชั้นก็เข้าใจ ทันทีว่ามันคืออะไน และรู้สึกว่ามีเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติ ในการทำอะไรซักอย่าง ถ้าสิ่งที่คุณทำอยู่ มีแค่ one activity ที่ ผู้คนจะมี role นึงและพวกเขาทำมัน เพียงอย่างเดียวเหมือนกันทุกคน มันจะยากมากในการสร้าง co-op experience co-op rituals และ gestures ที่ชั้นให้คุณไป ตัวอย่างเช่น อะไรก็ได้ .. ที่มันมี synchronized movement อะไรก็ได้ที่คนสามารถแสดง gesture แบบ hi5 เหมือน ใน portal ที่พวกเขาจะเข้าใจว่า กำลังทำร่วมกันเชิง co-op จะเรียกว่า celebrate co-op experience แต่ สิ่งที่คุณจะอยู่ห่างๆมันไว้ หรือสิ่งที่ชั้นเรียก ว่า zero-sum gestures … เดี๋ยวลองดูนะ มีใครในนี้บ้างที่บอกชั้นได้ว่า zero-sum gesture คืออะไร มีไอเดียอะไรไหม? เหมือนกับสามเกมส์ตรงนั้น .. ใช่เลย นั่นคือ zero-sum gesture, I win, You lose ใช่มั้ย การ celebrating winnder ใน winner-tale-all celebration กับคนๆเดียว มันจะเป็น ritual แบบนั้นหล่ะ แต่พวกนี้ก็จะมีเวลาของมัน อย่างแน่น่อน ... ถ้าคุณต้องการที่จะสร้าง co-op คุณอาจจะต้องเลี่ยงสิ่งนั้นนะ เพราะมันจะสือสารไป ที่ผู้เล่นอื่นๆว่า นี่หน่ะเป็น zero-sum game ต่อไปเรื่อง shared resources ที่ชั้นได้พูดถึงเหมือนกัน shared resources, invetory, rooms อะไรก็ได้แบบนั้น แต่..สิ่งที่คุณไม่ควรทำ คือ คุณไม่อยาก encourage ersonal hoarding ที่ผู้เล่นมี inventory และพวกเขาก็ collect อย่างเดียว มันมีหลายเกมส์นะ ที่มุ่งเป้าไปในการ collects สิ่งต่างๆมากมาย มันก็ไม่แย่ยะ แต่ว่า มันก็จะเป็น zero-sum kind of game ฉันมีสิ่งนี้นะ คุณไม่มีนะ ลองเก็บไปคิดดู ข้อสุดท้ายจะยากหน่อย แต่ชั้นต้องการที่จะให้คุณรู้จักมัน แบบให้คุณกลับไปทำ spotlights แทนที่จะทำ leaderboards คือ leadboards มันก็มีที่ของมัน มันมีวิธีการต่างๆที่นำ leaderboards มาใส่ร่วมกัน แต่ว่า มันก็มีเทคนิคนึงที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ เรียกว่า spotlights ชั้นอยากจะอธิบายสิ่งนี้ ให้กับคุณมากขึ้นนะ อะไรคือ spotlight? Spotlight เป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการ highlight 'excellence' ในแง่ต่างๆ โดยที่ไม่ได้ บอกว่า I win You lose มันไม่เหมือน leaderboards นะ เช่น Player of the week แบบนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับสิ่งที่เรียกว่า spotlight สมมุติคุณเห็น player of the day วันนี้ แต่ก็เห็นคนอื่นในวันอื่นๆ แต่พวกเรานั้นไม่ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบกัน แต่มันทำให้พวกเขามีความพิเศษแตกต่างกันออกไป เหมือนพวกเขาเป็นเป็นพวกเขา คนนึงจะต่างออกไป ดังนั้นสิ่งที่ชั้นทำบ่อยกับลูกค้าก็คือ เมื่อใดที่พวกเขาต้องการสร้าง co-op และกำลังนั่งคิดกันว่าจะทำยังไง จะ implement spotlight mechanism ยังไง สำหรับคนที่ค่อนข้างไปทาง technical คุณสามารถทำได้อย่างนึงคือ การบอกวิธีการ define excellence … นี่คือ pool of people ที่ achieved excellece มันไม่ใช่ว่า everybody นั้นจะ special ไม่ว่าพวกเขาจะแย่ในสิ่งนั้นแค่ไหน มันจะมีหลายวิธีที่จะ excellent อ่ะ นี่คือ pool of people ที่เข้าข่าย excellent แล้วนี่จะเป็นวิธีการเข้าไปดู pool นั้น ถ้าคุณคือ individual และ เรากำลังจะทำ spotlight algorithm ที่จะ semi randomly ดึงคนขึ้นมา จาก pool และ วางเขาไว้ใน spotlight เพียงแค่ ทำอย่างนี้คุณก็ได้แสดง ให้คนเห็นว่า นี่คือสิ่งที่เรียก excellence หน้าตาจะเป็นแบบนี้ พวกเขาจะได้ move toward สิ่งที่แสดงให้เห็น แต่คุณก็ไม่ได้สร้าง zero-sum thinking แบบที่ ทำกับระบบ leaderboards ที่ผู้เล่นใหม่ จะเข้ามาในเกมและดูไปที่ leaderboard แล้วบอกว่า ผมไม่มีวันได้ขึ้นบน leaderboard แน่ ดูพวกเขาบนนั้นสิ คะแนนเยอะมาก มันหดหู่จังเลย ผมจะลองแข่งขันกับพวกเขาทำไม นั่นจะเป็นสิ่งที่คุณไม่อยากจะเห็นมันเกิดขึ้น และด้วยการใช้ spotlight มันจะรู้สึกเหมือน โอ้ ดูนั่นสิ มันดูเจ๋งดีนะ .. วันต่อมา .. โอ้ ดูนั่น ก็ดีนะ และคุณจะได้ environment ที่เหมาะสมกับการ ทำ co-op นั่นเอง ... และต่อไปชั้น ในเมื่อนี่เป็น a talk about co-op ชั้นอยากจะขอบคุณและยกนิ้วให้กับ ผู้คนที่มีส่วนร่วมกับสิ่งนี้ คนนี้คือ Daniel Cook มีใครรู้จัก Triple Town บ้าง Daniel Cook เป็น designer ของ Triple Town เขาเป็น game designer ที่ยอดเยี่ยมมาก เขาช่วยชั่นไว้มากกับงานนี้ คนนี้คือ Michael Molinari เขาเป็น indie Dev ที่กำลังจะมีเกมแนวดนตรีที่น่าตื่นตาตื่นใจออกมาให้เห็นกัน ออกมานี่ คนนี้ Chelsea Howe เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว และก็ชั้นเอง แล้วก็หนึ่งในหลายๆคน ที่มาช่วยชั้นอย่างมาก เป็นเพื่อนสนิท ของชั้นเอง Rev. Andy Richards เขาเป็น Methodist minister อยู่ที่ downtown LA ในบริเวณที่แย่ที่สุดใน downtown LA และ real world experiences ที่ชั้นได้มา และพยายามที่จะเข้าใจมัน ก็มาจากการทำงานร่วมกันของเรา การทำความเข้าใจว่าเขาสร้าง co-op experience ยังไง ทำยังไงที่จะได้ มาซึ่งคนที่มาจากต่าง backgrounds มากๆในหลายๆ ประเทศ ที่พูดกันคนละภาษา มารวมกลุ่มกัน ในสถานที่ของเธอ เพื่อทำอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวพวกเขาเอง ดังนั้นชั้นอยากให้กำลังใจพวกคุณทุกคน ให้ออกไป ท่องโลก และในขณะที่พวกคุณกำลังท่องโลก เหมือนเวลาคุณไปเข้าคลาส ไปธนาคาร ไปดินเนอร์ ขอให้คิดและนึกถึงเกี่ยวกับ อะไรคือ mechanic รอบๆ ตัวคุณ ที่ที่คุณอยู่ ที่ที่คุณเห็นว่าทีกลุ่มคน รวมตัวกันเพื่อสร้างอะไรบางอย่าง ที่ใหญ่กว่าตัวพวกเขาเอง เหมือนกำลังทำเพื่อ cause อะไรบางอย่าง ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และใช้สิ่งนั้นพวกเป็นแรงบันดาลใจ ในงานที่คุณทำ ... ชั่นขอขอบคุณที่คุณสละเวลาอันมีค่า และนี่คือข้อมูลติดต่อของชั้น คุณสามารถ follow ชั้นได้บน twitter ชั้นโพส resource มากมายเกี่ยวกับ game design แล้วก็ basic UX และ product design น่าจะมีประโยชร์สำหรับกลุ่ม start-up ชั้นจะตอบทุกคำถามเท่าที่จะทำได้ผ่าน อีเมล์ และชั้นหวังว่าพวกคุณจะไป สร้างอะไรใหม่ๆ และใส่ความ co-op gaming เข้าไปในโลกที่คุณสร้าง ชั้นอยากปิดงานด้วยสิ่งนี้ ชั้นได้ดู livestream เรียกว่า Beyond Being Human และ สิ่งที่ผู้พูดนั้นบอกใน coference เกี่ยวกับ เรื่อง mediation และ mindfulness และอื่นมากมาย และตอนจบการพูดนั้น เขาทำให้ชั้นทึ่งมาก เพราะว่า เขาพูดว่า ลองดูที่ gaming สิ gaming เป็นอนาคต ลูกหลานของเรากำลังถูกฝึก ให้ต่อสู้และเกลียดชังและแข่งขันกับคนอื่น ในบริบทของ zero-sum games ทำไม ไม่มี co-op game มากขึ้น ทำไมลูกหลานของเราไม่ได้รู้จักกับ mechanics และ gaming ที่สอนให้พวกเขานั้นทำงานร่วมกันยังไง มากกว่า ต้องต่อสู้ยังไง เพื่อที่จะชนะอีกฝั่ง และนั่นเป็นคำถามที่ดีมากๆ ชั้นคิดว่า ทุกคนในห้องนี้เป็นส่วนนึงของ คำตอบนั้น ... ชั้นคิดว่า โลกของเราควรได้รับมัน ลูกหลานของเรา ควรได้รับมัน และมันคือ Blue Ocean opportunity ของเราทุกคน ... ขอบคุณ

Video Details

Duration: 34 minutes and 33 seconds
Country:
Language: English
License: Dotsub - Standard License
Genre: None
Views: 11
Posted by: 8thapril on Jan 20, 2018

Opening Keynote Presentation The Player's Journey

Caption and Translate

    Sign In/Register for Dotsub to translate this video.